ภาคประชาชนต้านแก้ พ.ร.บ. สสส. ตัดงบภาษีบาป

ประเด็น ภาคประชาชนต้านแก้ พ.ร.บ. สสส. ตัดงบภาษีบาป กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ฉบับแก้ไข โดยสาระสำคัญคือการยกเลิกการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบเข้าสู่กองทุน สสส. แล้วเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาลแทน ภาคประชาชนและเครือข่ายทำงานด้านสุขภาวะจึงออกมาแสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของโครงการเพื่อสังคมทั่วประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี กองทุน สสส. มีบทบาทสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพในหลายมิติ ตั้งแต่การลดอุบัติเหตุทางถนน การรณรงค์ลดการดื่มสุราและสูบบุหรี่ การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ไปจนถึงการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม จุดเด่นสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ประชาชน กลุ่มชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคมเข้าถึงทรัพยากร เพื่อนำแนวคิดของตนเองไปพัฒนาเป็นโครงการที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง

ภาคประชาชนต้านแก้ พ.ร.บ. สสส. ตัดงบภาษีบาป เพราะกังวลผลกระทบ

นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ระบุว่า การจัดเก็บภาษีจากสุราและยาสูบเข้าสู่กองทุนเป็นแนวคิดสมัยใหม่ที่ช่วยให้การสร้างเสริมสุขภาพมีแหล่งทุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ในฐานะผู้ทำงานกับเหยื่อเมาแล้วขับ เขามองว่าการนำงานสุขภาวะไปฝากไว้กับระบบราชการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะปัญหาสุขภาพและสังคมจำนวนมากต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะเครือข่ายประชาชนที่เข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี

คำถามสำคัญที่สังคมควรช่วยกันพิจารณาคือ หากเปลี่ยนระบบเงินสนับสนุนให้ต้องรอการจัดสรรงบประมาณรายปี รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะสามารถทำงานรณรงค์เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้คนไทยได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมและค่านิยมของผู้คนไม่ได้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ต้องใช้การทำงานอย่างสม่ำเสมอ มีการติดตามผล และสร้างความไว้วางใจกับชุมชน

เหตุผลที่ภาคประชาชนต้านแก้ พ.ร.บ. สสส. ตัดงบภาษีบาป

นายศรัทธา ปลื้มสูงเนิน ผู้จัดการกลุ่มไม้ขีดไฟ จังหวัดนครราชสีมา มองว่า การเปลี่ยนจากเงินสมทบอัตโนมัติร้อยละ 2 ของภาษีสุราและยาสูบ ไปเป็นงบประมาณรายปี อาจทำให้ สสส. ต้องเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติงบแบบเดียวกับหน่วยงานราชการทั่วไป ผลที่ตามมาคือโครงการของภาคสังคมอาจมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น และคนทำงานในพื้นที่อาจไม่สามารถวางแผนงานระยะยาวได้

งานด้านสุขภาวะจำนวนมากต้องใช้เวลาในการสร้างผลลัพธ์ เช่น การลดอุบัติเหตุ การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน หรือการพัฒนาผู้นำชุมชน หากงบประมาณถูกพิจารณาเป็นรายปี โครงการที่กำลังดำเนินอยู่ก็อาจหยุดชะงักเมื่อไม่ได้รับการจัดสรรงบต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทิศทางของโครงการอาจได้รับอิทธิพลจากนโยบายของรัฐบาลหรือกระแสทางการเมือง มากกว่าความจำเป็นที่แท้จริงของประชาชน

  • โครงการชุมชนอาจขาดเงินสนับสนุนและต้องหยุดดำเนินการกะทันหัน
  • องค์กรภาคประชาสังคมขนาดเล็กอาจเข้าถึงงบประมาณได้ยากขึ้น
  • งานที่ต้องใช้เวลาสร้างการเปลี่ยนแปลงอาจไม่สามารถทำต่อเนื่องได้
  • ประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลอาจมีความเสี่ยงถูกลดหรือตัดงบ
  • ประชาชนกลุ่มเปราะบางอาจสูญเสียกลไกช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ง่าย

อีกข้อกังวลที่ถูกพูดถึงคือ เงินจากภาษีบาปที่อาจถูกตัดจากทั้งสี่กองทุนรวมกันเป็นจำนวนมากกว่า 14,000 ล้านบาท ใครคือผู้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ ภาคประชาชนบางส่วนมองว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมสุราและยาสูบอาจเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ทางอ้อม ขณะที่ประชาชนไม่ได้รับผลตอบแทนที่ชัดเจนจากการลดงบด้านการป้องกันปัญหาสุขภาพและสังคม

บทบาทของ สสส. กับการพัฒนาชุมชนและสุขภาวะ

นายสุขวิชัย อิทธิสุคนธ์ จากกลุ่มบางกอกฮับ กล่าวว่า งบประมาณจากภาษีบาปมีความสำคัญต่อการเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปนำแนวคิดดี ๆ มาทดลองและพัฒนาเป็นโครงการจริง หลายชุมชนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ผ่านการสนับสนุนจาก สสส. ทั้งกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การพัฒนาเมือง การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างเครือข่ายคนทำงานเพื่อสังคม

ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโควิด-19 ไฟป่า น้ำท่วม หรือภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ ภาคประชาสังคมได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการระดมคนและทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ การทำงานร่วมกันระหว่างประชาชนกับภาครัฐช่วยให้การรับมือปัญหามีความรวดเร็วและตรงกับความต้องการมากขึ้น เครือข่ายจำนวนไม่น้อยได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงทำให้เกิดกลไกช่วยเหลือที่รัฐอาจไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม การคัดค้านร่างกฎหมายควรดำเนินไปด้วยข้อมูล เหตุผล และความสุภาพ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดของร่างกฎหมาย เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และสื่อสารผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนของตนเอง การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์จะช่วยให้ผู้มีอำนาจเห็นภาพปัญหาจากพื้นที่จริง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะตัวเลขงบประมาณหรือโครงสร้างทางราชการเท่านั้น

ทางออกที่ควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนระบบงบประมาณ

การปรับปรุงกฎหมายอาจทำได้หากมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และการตรวจสอบ แต่ควรระมัดระวังไม่ให้การแก้ไขกระทบต่อความเป็นอิสระและความต่อเนื่องของงานสร้างเสริมสุขภาพ ภาครัฐควรเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงาน รับฟังเสียงจากผู้ปฏิบัติงาน และประเมินผลกระทบต่อชุมชนอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้ ควรมีหลักประกันว่างบประมาณสำหรับโครงการระยะยาวจะไม่ถูกตัดกลางคัน และองค์กรขนาดเล็กจะยังสามารถเข้าถึงกองทุนได้โดยไม่ต้องเผชิญขั้นตอนที่ซับซ้อนเกินไป หากมีการเปลี่ยนระบบจริง ควรกำหนดมาตรการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน พร้อมกลไกตรวจสอบจากประชาชน นักวิชาการ และองค์กรอิสระ เพื่อป้องกันไม่ให้งบสุขภาวะถูกใช้ตามความนิยมทางการเมือง

ท้ายที่สุด ประเด็น ภาคประชาชนต้านแก้ พ.ร.บ. สสส. ตัดงบภาษีบาป ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการจัดสรรเงินให้กองทุนใดกองทุนหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับทิศทางการดูแลสุขภาพของคนไทยและความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว การรักษาระบบที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจึงเป็นเรื่องที่สังคมควรจับตา แสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผล และร่วมกันผลักดันให้การตัดสินใจคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นอันดับแรก

หากคุณเห็นว่างานสร้างเสริมสุขภาพและการทำงานของชุมชนมีความสำคัญ ควรติดตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสียงของตนเองไปยังผู้มีอำนาจ เพื่อให้การออกแบบนโยบายสุขภาวะเดินหน้าอย่างโปร่งใส ต่อเนื่อง และไม่ทิ้งคนตัวเล็กไว้ข้างหลัง

ที่มา – ภาคประชาชนรุมต้านแก้ พ.ร.บ.สสส. ตัดงบภาษีบาปหมื่นล้านคืนนายทุนเหล้า ยาสูบ ให้รัฐแบกภาระแทน ‘

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *