ภาคใต้ครองแชมป์ เกษตรกรไทยมีความสุข สุขอนามัยและสังคมพัฒนาดีมาก

ความสุขของเกษตรกรไทยในปี 2567 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคใต้ที่ครองตำแหน่งแชมป์ ภาคใต้ครองแชมป์ เกษตรกรไทยมีความสุข สุขอนามัยและสังคมพัฒนาดีมาก ซึ่งถือเป็นข่าวดีจากผลการวิเคราะห์ดัชนีความผาสุกของเกษตรกรที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดทำขึ้นปีละครั้ง เพื่อเป็นตัวชี้วัดคุณภาพชีวิตของผู้ทำมาหากินทางการเกษตรในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย

ภาคใต้ครองแชมป์ เกษตรกรไทยมีความสุข สุขอนามัยและสังคมพัฒนาดีมาก

ดัชนีความผาสุกของเกษตรกรในปี 2567 อยู่ที่ระดับ 81.39 เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 80.79 ซึ่งยืนยันว่าคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในประเทศไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค พบว่า ภาคใต้มีค่าดัชนีสูงสุด อยู่ที่ 83.04 รองลงมาคือ ภาคเหนือ 82.07, ภาคกลาง 81.48 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 80.51 ซึ่งทั้งสี่ภาคล้วนมีสถานะการณ์ที่ดีมากหรือดี

ด้านสุขอนามัยและสังคมพัฒนาเด่นชัดทุกภูมิภาค

ในด้านสุขอนามัย ดัชนีอยู่ในระดับสูงถึง 99.87 ซึ่งอยู่ในระดับ “ดีมาก” โดยสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในครัวเรือนเกษตรที่ให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักสวนครัวเอง และการผลิตสินค้าเกษตรแบบ GAP หรือเกษตรอินทรีย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ

อีกทั้งในด้านสังคม ค่าดัชนีอยู่ที่ 93.43 ซึ่งนับว่ามีคุณภาพสูงมาก โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการส่งเสริมลักษณะความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมสูงวัย อาทิ การจัดอบรมอาชีพสำหรับผู้สูงวัย ซึ่งช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจพอใช้และมีแนวโน้มดีขึ้น

แม้ด้านเศรษฐกิจจะมีดัชนีเพียง 77.96 ซึ่งอยู่ในระดับ “ปานกลาง” แต่ก็มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยพบว่ารายได้เงินสดสุทธิของครัวเรือนเกษตรอยู่ที่ 308,294 บาท เพิ่มขึ้น 1.90% ซึ่งเป็นผลจากความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลถึงรายได้เกษตรกรโดยตรง

ทว่าในด้านสิ่งแวดล้อมมีค่าลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 61.46 ซึ่งยังถือว่า “ต้องปรับปรุง” โดยสาเหตุหลักอยู่ที่การลดพื้นที่ป่าไม้และการฟื้นฟูดินที่น้อยลง ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจและผลกระทบจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่

การศึกษาไทยยังต้องพัฒนาเป็นระยะยาว

และอีกด้านหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือการศึกษา ซึ่งดัชนีเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับ 56.30 หรือ “ต้องเร่งแก้ไข” เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีอายุเกิน 60 ปี และมีการศึกษาไม่สูง จึงกลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิวัติเกษตรยุคใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต

ประเด็นทางนโยบายเพื่อขับเคลื่อนอนาคต

  • เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับและอบรมอาชีพเฉพาะทาง
  • ส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง
  • สนับสนุนการผลิตที่เป็นมืออาชีพ และช่วยให้เกษตรกรต่อยอดรายได้จากศักยภาพพื้นที่ของตนเอง

สรุปได้ว่าถึงแม้ยังมีบางด้านที่ต้องเน้นย้ำ แต่โดยรวมแล้วเกษตรกรไทยกำลังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะใน ภาคใต้ครองแชมป์ เกษตรกรไทยมีความสุข สุขอนามัยและสังคมพัฒนาดีมาก ซึ่งเชื่อว่าหากยังมีมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่องและแม่นยำ จะทำให้เกษตรกรไทยก้าวไปสู่สังคมความมั่นคงทางอาหารและรายได้อย่างยั่งยืน

บทความนี้เป็นการประเมินภาพรวมที่ควรเชิญชวนทุกภาคส่วนให้มามีส่วนร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในทุกภูมิภาคอย่างแท้จริง

ที่มา – ภาคใต้ครองแชมป์ เกษตรกรไทยมีความสุข สุขอนามัยและสังคมพัฒนาดีมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *