‘ภูมิใจไทย’ ชี้ใช้งบผิดประเภทเทศกาลดนตรี ไม่ใช่วัฒนธรรมไทย หลังไฟเขียวจัด ‘EDM’1.65 พันล้าน
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 15.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณของรัฐบาลจำนวน 1,650 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจัดเทศกาลดนตรี EDM ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้กับภาคส่วนวัฒนธรรมไทยหลายกลุ่ม
มองเรื่องงบประมาณวัฒนธรรมไทยและความสำคัญ
พรรคภูมิใจไทยที่คุ้นเคยกับแนวทางการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยได้ชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมในกรณีนี้ โดยมีเหล่าศิลปินที่ใช้งบประมาณเพียงส่วนน้อย เช่น คณะลิเก หมอลำ หนังตะลุง และโนราห์ ได้รับผลกระทบจากการขาดการสนับสนุนอย่างเพียงพอ เนื่องจากงบหลักกลับถูกนำไปใช้กับเทศกาลดนตรี EDM ซึ่งไม่ใช่วัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศ
น.ส.แนน กล่าวว่า หากเพียงแค่ให้งบประมาณ 800 ล้านบาทกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เห็นได้ชัดว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สื่อถึงภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย เช่น หนังตะลุงของภาคใต้ หรือหมอลำจากอีสาน ก็น่าจะสร้างความยั่งยืนให้กับมรดกทางวัฒนธรรมได้มากกว่า โครงการทั้งหมดเหล่านี้ไม่ได้เรียกร้องงบประมาณมากอย่างที่ใช้ในโครงการ EDM
ความไม่พอใจจากภาคประชาชนและความเข้าใจผิด?
ความไม่พอใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดเพียงในวงการเมืองไทย แต่ลึกกว่านั้น ประชาชนในหลายจังหวัดต่างมีความรู้สึกน้อยใจ เมื่อดูในโลกออนไลน์ จะเห็นได้ว่ายังมีศิลปินและวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยได้รับความสนใจอย่างสูงจากชาวต่างประเทศ ซึ่งคงจะยิ่งสร้างกระแสได้มากหากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม
- การอนุมัติงบเกี่ยวกับ EDM ควรอยู่ภายใต้งบการท่องเที่ยวไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์
- วัฒนธรรมท้องถิ่นหลายประเภทเดิมช่วยสื่อสารความเป็นไทยอย่างแท้จริง
- ความคาดหวังจากประชาชนคือรัฐควรเยียวยางบเพื่อวัฒนธรรมดั้งเดิมให้มากขึ้น
ถกประเด็นใหญ่เรื่อง Soft Power กับวัฒนธรรมที่แท้จริง
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงประเด็นนี้ว่าการจัดงบประมาณผิดประเภท และไม่ตรงความหมายของ Soft Power ของประเทศไทย ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหาร ซอฟต์พาวเวอร์ควรถูกนำไปใช้ในการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยแท้ ๆ ที่สามารถขายให้ต่างประเทศได้มากขึ้น เช่น การฟื้นฟูการแสดงท้องถิ่นที่ใกล้สูญหาย หรือการส่งเสริมการแสดงพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค
หากงบประมาณนี้ถูกใช้เพื่อส่งเสริมรายได้จาก เทศกาลดนตรี EDM และ soft power และหากไม่ได้มีส่วนในการรณรงค์ความเป็นไทยดั้งเดิม ควรจัดอยู่ภายใต้งบการท่องเที่ยวมากกว่า ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระแสต่างประเทศเข้าครอบงำและกลืนวัฒนธรรมไทยแท้ ๆ ไปในที่สุด
“วันนี้ผมอยากชวนตั้งคำถามว่า การจัดสรร Soft Power งบประมาณ นี้ ต้องการสร้างรายได้จากการแสดงที่สื่อถึงวัฒนธรรมไทย หรือหากมองลึก ๆ แล้ว คือการนำวัฒนธรรมต่างประเทศเข้ามาเสริม มากกว่าจะผลักดันศิลปะไทยออกไปไกลกว่านี้?”