มท.4 ลงพื้นที่ป่าตอง เร่งฟื้นฟูซอยนาใน
มท.4 ลงพื้นที่ป่าตอง เร่งฟื้นฟูซอยนาใน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ และดินโคลนไหลเข้าท่วมถนน บ้านเรือน และร้านค้าในพื้นที่ซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเข้ามาในพื้นที่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 ต.ค. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนด้วยตนเอง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด การตรวจสอบครั้งนี้มุ่งเน้นทั้งการเปิดเส้นทาง การทำความสะอาดพื้นที่ และการวางแผนฟื้นฟูชุมชนให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
มท.4 ลงพื้นที่ป่าตอง เร่งฟื้นฟูซอยนาใน
ระหว่างการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และผู้ประกอบการในพื้นที่ ได้ร่วมกันระดมกำลังและเครื่องจักรกลเข้าจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเร่งตักและขนย้ายดินโคลน ก้อนหิน และขยะที่ไหลมากับกระแสน้ำ พร้อมฉีดล้างทำความสะอาดผิวถนนเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
จากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง สามารถเปิดเส้นทางหลักบริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ให้ประชาชนสัญจรได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางจุดที่พบดินสไลด์และเศษวัสดุตกค้าง เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานต่อเนื่องเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อย รวมถึงตรวจสอบความมั่นคงของเส้นทางและพื้นที่โดยรอบก่อนเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ
ภารกิจเร่งด่วนหลังมท.4 ลงพื้นที่ป่าตอง เร่งฟื้นฟูซอยนาใน
นายวรศิษฎ์ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่และเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมการฟื้นฟูบ้านเรือน ร้านค้า และสาธารณูปโภคที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว ทางจังหวัดภูเก็ตเตรียมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากนอกพื้นที่ หากจำเป็นต้องเพิ่มกำลังในการทำความสะอาดและฟื้นฟูชุมชน
นอกจากพื้นที่ป่าตองแล้ว ยังมีการติดตามสถานการณ์น้ำในตำบลกมลา โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมปรับวิธีการทำงานและเพิ่มเครื่องสูบน้ำให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและระยะทาง การดำเนินงานจะเน้นคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด รวมทั้งลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลย้อนกลับเข้าท่วมบ้านเรือนหรือพื้นที่เศรษฐกิจ
เร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชน
จังหวัดภูเก็ตได้รับการกำชับให้เร่งสำรวจความเสียหายและเปิดรับข้อมูลจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อพิจารณาความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยแนวทางสำคัญคือ หากเรื่องใดสามารถช่วยเหลือหรือเยียวยาได้ก่อน ให้ดำเนินการทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอให้การสำรวจทั้งหมดเสร็จสิ้น แนวทางนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านความเป็นอยู่ ภาระค่าใช้จ่าย และผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน
สำหรับผู้ได้รับความเสียหาย ควรเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่ายบริเวณบ้านหรือร้านค้า รายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย และข้อมูลติดต่อ เพื่อใช้ประกอบการแจ้งเหตุและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากยังมีน้ำขัง ดินโคลน หรือโครงสร้างที่ไม่มั่นคง ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง และติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
- หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ยังมีดินโคลน น้ำขัง หรือดินสไลด์
- ตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านเรือนก่อนกลับเข้าอยู่อาศัย
- แจ้งข้อมูลความเสียหายต่อหน่วยงานท้องถิ่นโดยเร็ว
- ติดตามประกาศเตือนภัยและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
- ไม่จอดรถหรือกีดขวางเส้นทางที่ใช้สำหรับรถกู้ภัยและเครื่องจักร
วางระบบป้องกันน้ำป่าและดินสไลด์ระยะยาว
นอกจากการฟื้นฟูในระยะเร่งด่วนแล้ว กระทรวงมหาดไทยยังหารือร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีเพื่อพิจารณาติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของสภาพดิน และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง
อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างการศึกษา คือการบริหารจัดการน้ำจากพื้นที่สูง โดยเฉพาะบริเวณฝายรับน้ำสะสม ซึ่งอาจมีส่วนช่วยชะลอและกระจายปริมาณน้ำก่อนจะไหลเข้าสู่ชุมชนด้านล่าง การวางแผนดังกล่าวต้องพิจารณาทั้งเส้นทางน้ำ ความจุของระบบระบายน้ำ สภาพพื้นที่ และการขยายตัวของเมือง เพื่อให้การป้องกันภัยสอดคล้องกับสภาพจริงของจังหวัดภูเก็ต
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้รับการย้ำเตือนให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และการห้ามถมพื้นที่รับน้ำจนกีดขวางทางระบายน้ำ เพราะการเปลี่ยนแปลงพื้นที่โดยขาดการควบคุมอาจเพิ่มความรุนแรงของน้ำท่วมและดินสไลด์ในอนาคต การป้องกันที่ดีจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชนในชุมชน
ความปลอดภัยต้องมาก่อนในช่วงฟื้นฟู
แม้เจ้าหน้าที่จะเปิดเส้นทางหลักได้แล้ว แต่บางจุดยังมีดินโคลนและเศษวัสดุตกค้าง ประชาชนและนักท่องเที่ยวจึงควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ลดความเร็วเมื่อผ่านพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการทำความสะอาด และปฏิบัติตามป้ายเตือนหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกเพิ่ม เพราะอาจทำให้เกิดน้ำหลากหรือดินสไลด์ซ้ำได้
จังหวัดภูเก็ตกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว การเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าตองจึงมีความสำคัญทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ถนน บ้านเรือน และพื้นที่ธุรกิจกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น พร้อมสร้างแนวทางรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
มท.4 ลงพื้นที่ป่าตอง เร่งฟื้นฟูซอยนาใน ถือเป็นภารกิจที่สะท้อนการทำงานเชิงรุก ทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการวางระบบป้องกันระยะยาว หากประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดโอกาสเกิดความเสียหายซ้ำในอนาคต
ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงจุดที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู เพื่อร่วมกันทำให้ป่าตองกลับมาปลอดภัยและพร้อมต้อนรับทุกคนอีกครั้ง
ที่มา – มท.4 ลงพื้นที่ป่าตอง เร่งฟื้นฟูซอยนาใน 5–8 เคลียร์เส้นทางช่วยเหลือประชาชน






