มุขมนตรีออนแทรีโอซัดทรัมป์ โทษแคนาดาคุมไฟป่าล้มเหลว “รับไม่ได้”
เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนคงได้เห็นข่าวคราวความตึงเครียดระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเกี่ยวกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรณีที่ นายดัก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ ได้ออกมาตอบโต้ท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ อย่างเผ็ดร้อน ซึ่งประเด็นเรื่อง มุขมนตรีออนแทรีโอซัดทรัมป์ โทษแคนาดาคุมไฟป่าล้มเหลว “รับไม่ได้” กำลังได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงการเมืองและสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
ประเด็นร้อน: มุขมนตรีออนแทรีโอซัดทรัมป์ โทษแคนาดาคุมไฟป่าล้มเหลว “รับไม่ได้”
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่ออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าแคนาดาบริหารจัดการไฟป่าอย่างไม่มีประสิทธิภาพ จนส่งผลให้ควันไฟลอยข้ามพรมแดนเข้าไปสร้างผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในสหรัฐฯ ซึ่งทางนายดัก ฟอร์ด ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างหนักแน่น โดยระบุว่าถ้อยคำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ “ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง” เพราะเจ้าหน้าที่ของออนแทรีโอกำลังทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมสถานการณ์
เหตุผลเบื้องหลังทำไม มุขมนตรีออนแทรีโอซัดทรัมป์ โทษแคนาดาคุมไฟป่าล้มเหลว “รับไม่ได้”
นอกจากเรื่องของคำพูดแล้ว ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ:
- การที่ทรัมป์ขู่ว่าจะนำต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านมลพิษจากไฟป่าไปคิดรวมเป็นภาษีศุลกากรกับสินค้าแคนาดา
- ตัวเลขพื้นที่ป่ากว่า 655,000 เฮกตาร์ในออนแทรีโอที่กำลังถูกไฟไหม้
- การเรียกร้องของฟอร์ดให้สหรัฐฯ ยกเลิกภาษีนำเข้าไม้แปรรูป เพื่อให้การฟื้นฟูป่าทำได้ง่ายขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของแคนาดารายงานว่ามีจุดเกิดไฟป่าทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 955 จุด ซึ่งถึงแม้ว่าพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้จะยังไม่เกินค่าเฉลี่ย 5 ปี แต่การพัดพาของควันไฟไปสู่สหรัฐฯ ทำให้หลายรัฐต้องประกาศเตือนภัยสุขภาพ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะคุมได้เบ็ดเสร็จโดยปราศจากความร่วมมือกัน
ในมุมมองของเรา นี่คือบทเรียนสำคัญที่บอกว่าวิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่มีพรมแดน การออกมากล่าวโทษกันไปมาอาจไม่ใช่ทางออก แต่การหันหน้ามาร่วมมือกันจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับทั้งสองประเทศครับ
ที่มา – มุขมนตรีออนแทรีโอซัดทรัมป์ โทษแคนาดาคุมไฟป่าล้มเหลว “รับไม่ได้”