ยกระดับระบบเตือนภัยฉุกเฉินสู่มาตรฐานสากล

การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการเตรียมความพร้อมและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด ด้วยการมีระบบเตือนภัยฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่

ยกระดับระบบเตือนภัยฉุกเฉินสู่มาตรฐานสากล

ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้มีการพัฒนาระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Cell Broadcast ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถส่งข้อความเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่งพาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือการลงทะเบียนล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่ห่างไกล หรือความสามารถในการสื่อสารกับประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งส่งผลให้การแจ้งเตือนภัยไม่สามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างทั่วถึง

การบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพ

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบเตือนภัยให้มีความทันสมัยและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจวัดสภาพอากาศและการพยากรณ์ภัยพิบัติ

หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือการที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ร่วมมือกับบริษัท Tomorrow.io ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์อากาศระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการพยากรณ์อากาศและการจัดการภัยพิบัติของประเทศ

โครงการนี้จะใช้ดาวเทียมในการเก็บข้อมูลสภาพอากาศแบบ 3 มิติ ด้วยเทคโนโลยี Microwave Sounder ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถวัดอุณหภูมิ ความชื้น และความดันในชั้นบรรยากาศได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การพยากรณ์อากาศมีความถูกต้องและทันเวลา

การสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากการพยากรณ์อากาศแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการสื่อสารกับประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ ซึ่งต้องอาศัยโครงข่ายสื่อสารที่มีความมั่นคงและสามารถใช้งานได้แม้ในสถานการณ์วิกฤต

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที ได้เสนอแนวทางการบูรณาการระบบ Cell Broadcast เข้ากับโครงข่ายวิทยุคมนาคมเฉพาะกิจ DTRS (Digital Trunked Radio System) เพื่อขยายการแจ้งเตือนภัยให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

ระบบ DTRS มีข้อดีตรงที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ แม้ในกรณีที่เกิดไฟฟ้าดับหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ระบบดังกล่าวก็ยังสามารถส่งข้อความเตือนภัยผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้านต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีแผนการเชื่อมโยงระบบ Cell Broadcast กับระบบวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล BANGKOK RADIO เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับชาวประมงและผู้ที่ทำมาค้าขายทางทะเล ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มักได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางทะเล

การเตรียมความพร้อมในทุกมิติ

การยกระดับระบบเตือนภัยฉุกเฉินสู่มาตรฐานสากลไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ แต่ยังรวมถึงการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ จำเป็นต้องมีแผนการรับมือภัยพิบัติที่ชัดเจน และสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการฝึกซ้อมและจำลองสถานการณ์เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

ประชาชนก็มีส่วนสำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยควรติดตามข่าวสารและข้อมูลการเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ เตรียมแผนการอพยพและช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด

  • ติดตามข่าวสารและข้อมูลการเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมแผนการอพยพและช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น
  • ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ
  • เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการเตือนภัย

การยกระดับระบบเตือนภัยฉุกเฉินสู่มาตรฐานสากลถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการพยากรณ์อากาศ การสื่อสาร และการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด

ที่มา – “ดีอี”ยกระดับเตือนภัยฉุกเฉิน มาตรฐานสากลทั่วถึงทุกพื้นที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *