ยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว

ยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว

ในยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว ที่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย ผู้สูงอายุที่มีเงินออมและทรัพย์สินสะสมมานาน กลับกลายเป็นเป้าหมายหลักของเหล่ามิจฉาชีพออนไลน์ แม้กลโกงจะใช้แผนเดิมๆ แต่ความเสียหายกลับรุนแรงเพราะผู้สูงวัยมักขาดความรู้เท่าทันเทคโนโลยีและเล่ห์เหลี่ยมการข่มขู่ โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว

ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีเคสผู้สูงวัยถูกหลอกสูญเงินหลายล้านบาทเกิดขึ้นถึง 2 รายในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความอันตรายในยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว ที่มิจฉาชีพเจาะจงล่าเหยื่อวัยนี้เพราะเข้าถึงง่ายและไว้วางใจเร็ว

เคสแรกเกิดกับผู้สูงวัยอายุ 83 ปี ที่อาศัยอยู่คนเดียวในกรุงเทพฯ มีเพียงแม่บ้านคอยดูแล เหตุการณ์เกิดขึ้นที่สน.พระโขนง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) สังเกตเห็นการโอนเงินผิดปกติจำนวนมาก จึงแจ้งตำรวจท้องที่ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีการโอนเงินรวม 5 ครั้งระหว่างวันที่ 3-10 กันยายน 2568 ดังนี้:

  • 3 ก.ย. 68: ฝากเงินสด 3,500,000 บาท เข้าบัญชีธนาคาร
  • 4 ก.ย. 68: โอนเงิน 400,000 บาท
  • 5 ก.ย. 68: โอนเงิน 300,000 บาท
  • 8 ก.ย. 68: โอนเงิน 300,000 บาท
  • 10 ก.ย. 68: โอนเงิน 450,000 บาท

รวมความเสียหาย 4,950,000 บาท สิ่งที่น่าตกใจคือ แม้ตำรวจน will ไปแจ้งเตือนที่บ้าน แต่ผู้สูงวัยกลับไม่เชื่อในทันที ต้องพาตัวออกมาเจรจาอย่างละเอียดเพื่อให้เข้าใจ สะท้อนถึงความยากลำบากในการทำให้ผู้สูงวัยรู้เท่าทันมิจฉาชีพในยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว

วิธีการหลอกลวงที่แนบเนียน

แผนการของแก๊งมิจฉาชีพในเคสนี้เริ่มจากการสุ่มโทรหาเหยื่อ อ้างว่าเป็นจากเครือข่ายโทรศัพท์ดัง ว่ามีคนนำชื่อเหยื่อไปแจ้งความว่าทำให้เบอร์ถูกใช้ในทางมิชอบ จากนั้นขอแอดไลน์ส่วนตัว แล้วแอบอ้างเป็นตำรวจแจ้งว่ามีคดีติดตัว เสี่ยงถูกดำเนินคดีฟอกเงิน ต้องโอนเงินมาให้ตรวจสอบ ผู้สูงวัยที่หวาดกลัวจึงทำตาม แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าแทรกแซงทัน แต่ก็คืนเงินได้ไม่ครบเพราะโอนไปหลายวัน หากไม่รู้ตัวเร็ว อาจสูญหมดตัว

เคสที่สองเกิดกับผู้สูงวัยอายุ 79 ปี ที่ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ธนาคารสงสัยที่ต้องการถอนเงินสูงผิดปกติ จึงแจ้งตำรวจช่วยเหลือ ก่อนหน้านั้นเหยื่อโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว 4,000,000 บาท และกำลังจะโอนเพิ่มอีก 3,000,000 บาท โดยรายละเอียดการโอนก่อนหน้า ได้แก่:

  • 23 ก.ย. 68: โอนครั้งแรก 3,000,000 บาท
  • 23 ก.ย. 68: โอนครั้งที่สอง 1,000,000 บาท

หากไม่ถูกช่วยทัน อาจสูญเงินเพิ่มอีกมหาศาล รูปแบบการหลอกยังคงเดิม คือ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจ ใช้ข้อมูลส่วนตัวสร้างความน่าเชื่อถือ บอกว่าพัวพันคดีร้ายแรงหรือมีหมายจับ ทำให้กลัว จากนั้นให้โอนเงินตรวจสอบ และควบคุมผ่านไลน์ ห้ามคุยกับคนอื่น ต้องถือโทรศัพท์ติดตัวไม่วางสาย

3 เล่ห์ลวงหลักที่มิจฉาชีพใช้หลอกผู้สูงอายุ

จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) มีเล่ห์เหลี่ยมหลัก 3 อย่างที่มิจฉาชีพนิยมใช้กับผู้สูงวัยในยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว ได้แก่:

  • 1. แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ แล้วควบคุมโทรศัพท์เพื่อให้โอนเงิน
  • 2. วิดีโอคอลเป็นตำรวจปลอม ขอตรวจสอบเส้นทางการเงิน
  • 3. หลอกผู้สูงวัยเกษียณให้ลงทุนออนไลน์ โดยสัญญาผลตอบแทนสูง

การเฝ้าระวังจากธนาคารหรือหน่วยงานรัฐช่วยหยุดความเสียหายได้ในขั้นปลายทาง แต่ต้นตอคือต้องตัดโอกาสให้มิจฉาชีพเข้าถึงผู้สูงวัยที่จำเป็นต้อง ‘ทันเหลี่ยม’ มากขึ้น ท่ามกลางสังคมสูงวัยที่เพิ่มขึ้น โจทย์นี้ต้องมีมาตรการเข้มข้น เช่น การอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุและครอบครัว

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออนไลน์ ผมแนะนำให้ผู้สูงวัยและญาติๆ ตรวจสอบทุกการติดต่อที่ขอเงิน โดยโทรสอบถามหน่วยงานจริงทันที ห้ามโอนเงินตามคำสั่งทางโทรศัพท์เด็ดขาด และใช้แอปธนาคารที่แจ้งเตือนการโอนผิดปกติ หากสงสัย ให้แจ้งตำรวจทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อในยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว

ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน

ที่มา – ยุคไซเบอร์‘สูงอายุ’วัยอันตราย  ล็อกเป้าหลอก-เสี่ยงทำหมดตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *