ยูเครนรำลึก 40 ปี “ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิล” ท่ามกลางสงครามกับรัสเซีย
ในวันที่ 26 เมษายน 2529 โลกทั้งใบสะเทือนใจกับหนึ่งในภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ คือการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครน ปัจจุบันนี้ ยูเครนกำลังรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวครบ 40 ปี ท่ามกลางสงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับรัสเซีย ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น
ยูเครนรำลึก 40 ปี “ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิล” ท่ามกลางสงครามกับรัสเซีย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ว่า รัฐบาลยูเครนกล่าวหาว่ารัฐบาลมอสโกส่งขีปนาวุธและโดรนโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเส้นทางบินใกล้โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล เพื่อโจมตีเมืองต่าง ๆ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อเกราะป้องกันสำคัญในการโจมตีปี 2568 กระทรวงการต่างประเทศไทยูเครนระบุในแถลงการณ์ว่าภัยพิบัติเชอร์โนบิลเกิดจากการทดลองเครื่องปฏิกรณ์ที่สั่งการโดยมอสโก ซึ่งละเมิดกฎความปลอดภัย ตามด้วยการโกหกและปกปิดข้อมูล
“จนถึงทุกวันนี้ โลกยังต้องเผชิญผลกระทบจากระบบเผด็จการที่ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์และอำนาจมากกว่าความจริงและวิทยาศาสตร์” กระทรวงฯ กล่าวเสริม
ผลกระทบระยะยาวจากภัยพิบัติเชอร์โนบิล
หลังเกิดการระเบิดและหลอมละลายในเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 26 เมษายน 2529 ประชาชนหลายล้านคนสัมผัสกัมมันตภาพรังสี ผู้คนนับแสนต้องอพยพย้ายถิ่น และพื้นที่กว้างใหญ่ปนเปื้อนรังสี นับแต่นั้น มีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น มะเร็งหลายพันราย แม้ตัวเลขที่แท้จริงและผลกระทบสุขภาพระยะยาวยังถกเถียงกัน
ความพยายามระหว่างประเทศนำไปสู่การติดตั้งโครงสร้างเหล็กคอนกรีตขนาดยักษ์ในปี 2559 เพื่อปกป้องโลงหินกักเก็บรังสีที่สร้างอย่างเร่งด่วนปี 2529 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่าการโจมตีโดรนรัสเซียเดือนกุมภาพันธ์ 2568 สร้างความเสียหายรุนแรง แม้ไม่รั่วไหลรังสี แต่การซ่อมแซมต้องใช้เงินอย่างน้อย 500 ล้านยูโร หรือราว 19,000 ล้านบาท
- การระเบิดเชอร์โนบิล: เกิดจากความผิดพลาดมนุษย์และการออกแบบที่บกพร่อง
- ผลกระทบสุขภาพ: เพิ่มอัตรามะเร็งต่อมไทรอยด์และโรคเลือด
- พื้นที่ห้ามอยู่อาศัย: ยังคงปิดกั้นกว่า 2,600 ตารางกิโลเมตร
- บทเรียนสู่โลก: นำไปสู่สนธิสัญญาความปลอดภัยนิวเคลียร์
ยูเครนรำลึก 40 ปี “ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิล” ท่ามกลางสงครามกับรัสเซีย จึงไม่ใช่แค่การระลึกถึงอดีต แต่เป็นการเตือนภัยถึงความเสี่ยงใหม่จากอาวุธสมัยใหม่ที่อาจรบกวนโครงสร้างนิวเคลียร์ สงครามยืดเยื้อทำให้พื้นที่เชอร์โนบิลกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ รัสเซียยึดครองชั่วคราวในปี 2565 ก่อนถอนทัพ ทิ้งความกังวลเรื่องความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการรุกรานของรัสเซียที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในยุโรป ยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงนิวเคลียร์ในภูมิภาค องค์การอนามัยโลกและ IAEA เตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากเกิดอุบัติเหตุอีก
ในโอกาสครบรอบ 40 ปีนี้ ยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มการสนับสนุน เพื่อปกป้องมรดกนิวเคลียร์และป้องกันภัยพิบัติครั้งใหม่ การรำลึกนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความปลอดภัยในเทคโนโลยีนิวเคลียร์
สุดท้ายแล้ว ยูเครนรำลึก 40 ปี “ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิล” ท่ามกลางสงครามกับรัสเซีย ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงนิวเคลียร์ต้องมาก่อนการเมือง ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกควรเรียนรู้จากอดีต เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อ่านเพิ่มเติมเพื่อติดตามพัฒนาการข่าวสารด้านนิวเคลียร์และความมั่นคงโลก
ที่มา – ยูเครนรำลึก 40 ปี “ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิล” ท่ามกลางสงครามกับรัสเซีย