ยูเออีห้ามพลเมืองเยือน “อิหร่าน-เลบานอน-อิรัก”

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักขึ้นทุกวัน ล่าสุด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อยูเออี ได้ออกประกาศสำคัญที่สร้างความฮือฮาในหมู่นักเดินทางและพลเมืองของตนเอง นั่นคือ ยูเออีห้ามพลเมืองเยือน “อิหร่าน-เลบานอน-อิรัก” โดยกระทรวงการต่างประเทศยูเออีได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 จากเมืองดูไบ ระบุชัดเจนว่า เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันในภูมิภาคที่ไม่แน่นอน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการปกป้องพลเมือง

ยูเออีห้ามพลเมืองเยือน “อิหร่าน-เลบานอน-อิรัก” เหตุผลเบื้องหลัง

ทำไมยูเออีถึงตัดสินใจออกมาตรการยูเออีห้ามพลเมืองเยือน “อิหร่าน-เลบานอน-อิรัก” แบบกะทันหัน? สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งที่รุนแรงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีระหว่างอิหร่านกับชาติอาหรับ โดยเฉพาะยูเออีที่ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายหลักของอิหร่านในช่วงก่อนหยุดยิงของสงครามใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐและอิสราเอล อิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในเลบานอนอย่างฮิซบอลเลาะห์ และในอิรักที่มีกลุ่มมิลิเชียติดอาวุธชียะห์ ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อความรุนแรง การประเมินสถานการณ์ของยูเออีจึงเห็นว่าความปลอดภัยของพลเมืองต้องมาก่อน

รายละเอียดมาตรการจากกระทรวงการต่างประเทศยูเออี

ในแถลงการณ์ กระทรวงการต่างประเทศยูเออีระบุว่า พลเมืองยูเออีห้ามเดินทางไปยังอิหร่าน เลบานอน และอิรักทันที ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องให้พลเมืองที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศเหล่านี้ "เดินทางออกจากพื้นที่ทันที และกลับประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" รัฐบาลยืนยันว่าจะเฝ้าติดตามสวัสดิภาพของพลเมืองทุกคนในต่างประเทศ เพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุด

  • อิหร่าน: ศูนย์กลางความขัดแย้งนิวเคลียร์และการสนับสนุนพร็อกซี่วอร์
  • เลบานอน: กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ทำให้เกิดการปะทะชายแดนกับอิสราเอล
  • อิรัก: กลุ่มติดอาวุธชียะห์โจมตีฐานทัพสหรัฐบ่อยครั้ง

นอกจากนี้ ยูเออีซึ่งเป็นชาติเศรษฐกิจชั้นนำในอ่าวเปอร์เซีย มีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับอิหร่านมานาน โดยเฉพาะประเด็นเกาะที่พิพาทและการโจมตีทางทะเล ในอดีต ยูเออีเคยถูกขีปนาวุธจากกลุ่มฮูธีที่อิหร่านหนุนหลังโจมตี ทำให้รัฐบาลไม่ประมาท

ผลกระทบต่อพลเมืองยูเออีและนักเดินทาง

มาตรการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลเมืองยูเออีที่วางแผนท่องเที่ยว ทำธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติใน 3 ประเทศดังกล่าว ผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่ต้องรีบติดต่อสถานทูตยูเออีเพื่อขอความช่วยเหลือในการอพยพ สำหรับนักเดินทางต่างชาติที่ถือสัญชาติยูเออี ก็ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน ขณะที่สายการบินและบริษัทท่องเที่ยวในยูเออีเริ่มยกเลิกเที่ยวบินไปยังจุดหมายเหล่านี้แล้ว

นอกจากนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงผันผวนจากสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่ลุกลาม การโจมตีของอิหร่านต่ออิสราเอลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคออกคำเตือนการเดินทางคล้ายกัน เช่น ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์

คำแนะนำสำหรับพลเมืองยูเออีและนักเดินทาง

หากคุณเป็นพลเมืองยูเออีหรือมีแผนไปยังพื้นที่เสี่ยง ควร:

  • ตรวจสอบประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ
  • ลงทะเบียนกับสถานทูตเพื่อรับแจ้งเตือนฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังชายแดนหรือพื้นที่ขัดแย้ง
  • เตรียมแผนสำรองสำหรับการอพยพ เช่น วีซ่าออกนอกประเทศอื่นๆ

ยูเออีมีชื่อเสียงในการปกป้องพลเมืองของตนเอง โดยมีศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมงที่พร้อมให้บริการ ผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนของกระทรวงการต่างประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความมั่นคงในตะวันออกกลางยังห่างไกล การตัดสินใจของยูเออีเป็นแบบอย่างที่ดีในการให้ความสำคัญกับชีวิตประชาชนมากกว่าประโยชน์ทางธุรกิจ นักเดินทางทุกคนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ หากคุณมีประสบการณ์เดินทางในพื้นที่เหล่านี้ แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ

ที่มา – ยูเออีห้ามพลเมืองเยือน “อิหร่าน-เลบานอน-อิรัก” พร้อมจี้ผู้ที่พำนักอยู่ให้อพยพทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *