ยูเอ็นเผย “เอเชียแปซิฟิก” สูญเงินให้แก๊งสแกมเมอร์มากถึง 3.8 ล้านล้านบาท ในปี 2568
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้รับข้อความแปลกๆ หรือสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่รู้จักกันบ่อยขึ้นใช่ไหมครับ? วันนี้มีข่าวใหญ่ที่น่าตกใจจากรายงานของ UNODC ที่ออกมาแฉว่า ยูเอ็นเผย “เอเชียแปซิฟิก” สูญเงินให้แก๊งสแกมเมอร์มากถึง 3.8 ล้านล้านบาท ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นตัวเลขมหาศาลที่สะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอาชญากรรมไซเบอร์ในบ้านเรา
สถานการณ์ที่น่ากังวลเมื่อ ยูเอ็นเผย “เอเชียแปซิฟิก” สูญเงินให้แก๊งสแกมเมอร์มากถึง 3.8 ล้านล้านบาท ในปี 2568
รายงานฉบับใหม่ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า อาชญากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้เพื่อหลอกลวงเหยื่อได้อย่างแนบเนียนขึ้น ความเสียหายจากการฉ้อโกงในพื้นที่ตั้งแต่เอเชียตะวันออกไปจนถึงออสเตรเลียนั้นสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของหลายประเทศรวมกันเสียอีก
ภัยคุกคามใหม่: แก๊งสแกมเมอร์ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก
ไม่ได้มีแค่คนในเอเชียเท่านั้นที่เป็นเป้าหมาย ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพกำลังมองหาคนที่มีทักษะภาษาต่างประเทศ เช่น เยอรมัน สเปน หรือฝรั่งเศส เพื่อขยายตลาดการหลอกลวงไปยังทวีปยุโรป อเมริกา และแอฟริกา นอกจากนี้ เมื่อมีการไล่กวดจับในพื้นที่หนึ่ง พวกเขาก็ย้ายแหล่งกบดานไปยังประเทศที่มีกฎหมายอ่อนแอ เช่น ติมอร์ตะวันออก หรือกลุ่มเกาะในแปซิฟิก เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
- การใช้ AI ขั้นสูง: แก๊งค์เหล่านี้เริ่มใช้ AI Agent เพื่อระบุตัวตนเหยื่อและสร้างบทสนทนาที่ดูสมจริง
- การฟอกเงินคริปโต: มีการใช้ระบบอัตโนมัติในการขโมยและฟอกเงินดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
- การสรรหาบุคลากรข้ามชาติ: กระจายเครือข่ายไปทั่วโลกเพื่อดึงดูดคนเข้ามาร่วมขบวนการ
ในฐานะผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต เราต้องตื่นตัวมากขึ้นเป็นพิเศษ ยิ่งโลกเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว การตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนโอนเงินหรือคลิกลิงก์ต่างๆ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ยูเอ็นเผย “เอเชียแปซิฟิก” สูญเงินให้แก๊งสแกมเมอร์มากถึง 3.8 ล้านล้านบาท ในปี 2568 คือสัญญาณเตือนภัยที่บอกเราว่า อาชญากรรมไซเบอร์อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด หากไม่เร่งรู้เท่าทัน เราอาจกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปได้โดยไม่รู้ตัวครับ
ที่มา – ยูเอ็นเผย “เอเชียแปซิฟิก” สูญเงินให้แก๊งสแกมเมอร์มากถึง 3.8 ล้านล้านบาท ในปี 2568