ย้ำทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลก ลุยเปิดตลาดใหม่ รับมือกฎการค้าที่เข้มงวด

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายสำคัญแก่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ทูตเกษตร” จำนวน 11 แห่งทั่วโลก ผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting ซึ่งถือเป็นการย้ำจุดยืนของรัฐบาลในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยกลยุทธ์หลัก คือ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อให้สินค้าเกษตรของไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก แม้จะต้องเผชิญกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นทุกวัน

ย้ำทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลก ลุยเปิดตลาดใหม่ รับมือกฎการค้าที่เข้มงวด

นโยบายที่มอบให้กับทูตเกษตรในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ ประการแรก คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตลาดหลักและตลาดเดิมที่มีความแข็งแกร่ง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน สหภาพยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารจากไทยสูง

ประการที่สอง คือ การเจาะกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับสินค้าเฉพาะทาง เช่น ม้าน้ำแห้ง ตุ๊กแกแห้ง จระเข้มีชีวิตเพื่อการบริโภค และพ่อแม่พันธุ์จระเข้เพื่อการเพาะเลี้ยง ซึ่งถือเป็นช่องทางการส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่มีความต้องการสินค้าทางเลือกและสินค้าสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

รับมือกฎระเบียบการค้าที่เข้มงวด

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำให้ทูตเกษตรปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Measures) ซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทูตเกษตรติดตามความคืบหน้าของการจัดทำและการลงนามในเอกสารความตกลงด้านการเกษตรที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เร่งขยายตลาดใหม่ ใช้นวัตกรรมและดิจิทัล

ในการประชุมครั้งนี้ ทูตเกษตรได้รายงานภาพรวมสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรไทยในปี 2568 ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดหลัก แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความท้าทาย แต่สินค้าเกษตรและอาหารของไทยหลายรายการยังคงมีแนวโน้มที่ดี ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ผลไม้แปรรูป และสินค้าเกษตรอินทรีย์

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังเน้นย้ำให้ทูตเกษตรเร่งแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานสินค้า และการคาดการณ์โอกาสในตลาดใหม่ โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเปิดช่องทางการขายสินค้าเกษตรไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของไทย

เป้าหมายใหม่: กล้วยหอมไทยสู่ญี่ปุ่น

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจ คือ การผลักดันการส่งออกกล้วยหอมไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นให้ได้เต็มโควตา ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศไทยส่งออกกล้วยหอมไปยังญี่ปุ่นเพียง 31% จากโควตาทั้งหมด ซึ่งถือว่ายังมีช่องว่างที่สามารถขยายเพิ่มเติมได้อีกมาก โดยกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจขัดขวางการส่งออก

นอกจากนี้ ได้มีการเตรียมความพร้อมในการร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกนานาชาติ International Horticultural Expo 2027 หรือ GREEN x EXPO 2027 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประกาศศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลก และแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรของไทย

ความร่วมมือยุทธศาสตร์ คือกุญแจสู่ความสำเร็จ

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งทูตเกษตรไปประจำการยังต่างประเทศ 11 แห่ง ถือเป็นการตอกย้ำว่า ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศคู่ค้าสำคัญมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและขยายตลาดสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งทูตเกษตรจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตไทยกับตลาดโลก พร้อมทั้งคอยให้ข้อมูลและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจทางการค้า

  • ย้ำทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลก ลุยเปิดตลาดใหม่ รับมือกฎการค้าที่เข้มงวด
  • สร้างความเชื่อมั่นในตลาดหลักและตลาดเดิม
  • เจาะกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสใหม่
  • ขยายเครือข่ายการค้าผ่านการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล
  • เร่งผลักดันการส่งออกกล้วยหอมไทยสู่ญี่ปุ่น

การที่รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยกลยุทธ์ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวและพัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ซึ่งการที่ทูตเกษตรทำหน้าที่เชื่อมโยงและรับมือกับกฎระเบียบการค้าที่เข้มงวด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินค้าเกษตรของไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – ย้ำทูตเกษตร 11 แห่งทั่วโลก ลุยเปิดตลาดใหม่ รับมือกฎการค้าที่เข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *