รมต.สุรศักดิ์ขับเคลื่อนกีฬาภูมิภาค

รมต.สุรศักดิ์ขับเคลื่อนกีฬาภูมิภาค เดินหน้าวางรากฐานกีฬาไทยให้เติบโตจากระดับท้องถิ่นสู่เวทีระดับชาติ โดยเน้นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้เข้าถึงการแข่งขันอย่างเท่าเทียม พร้อมผลักดันโครงการ Prime Minister’s Youth Cup ให้เป็นกลไกสำคัญในการค้นหาและพัฒนาดาวรุ่งรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี, 16 ปี และ 18 ปี หรือ U14-U18 เพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพและทีมชาติไทยในอนาคต

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนโครงการพัฒนากีฬาระดับภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ณ โรงแรมแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการกีฬาจังหวัด ผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

รมต.สุรศักดิ์ขับเคลื่อนกีฬาภูมิภาค สร้างโอกาสเด็กไทย

แนวคิดสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม รัฐบาลต้องการให้การพัฒนานักกีฬาเริ่มต้นจากระดับฐานราก ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะเมืองใหญ่หรือศูนย์ฝึกที่มีความพร้อมเท่านั้น เด็กจากทุกจังหวัดควรมีโอกาสฝึกซ้อม ลงแข่งขัน และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามศักยภาพของตนเอง

การพัฒนากีฬาภูมิภาคจึงไม่ได้หมายถึงการจัดการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมถึงการยกระดับผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ผู้บริหารทีม และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบกีฬามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น หากทุกฝ่ายทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ก็จะช่วยให้นักกีฬาที่มีความสามารถได้รับการค้นพบอย่างรวดเร็วและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

รมต.สุรศักดิ์ขับเคลื่อนกีฬาภูมิภาค ผ่าน Prime Minister’s Youth Cup

หนึ่งในโครงการที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Prime Minister’s Youth Cup ซึ่งมุ่งปฏิรูประบบกีฬาเยาวชนไทยให้มีเส้นทางชัดเจน ตั้งแต่การคัดเลือกนักกีฬาระดับท้องถิ่นไปจนถึงการต่อยอดสู่ทีมชาติ โครงการนี้จะช่วยให้เด็กและเยาวชนมีเวทีแสดงความสามารถ ขณะเดียวกันโรงเรียน สโมสร และผู้ฝึกสอนก็สามารถวางแผนพัฒนานักกีฬาได้เป็นระบบมากขึ้น

การแข่งขันจะให้ความสำคัญกับฟุตบอลและวอลเลย์บอล ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในหลายพื้นที่ของประเทศ การมีรายการแข่งขันที่จัดอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับนักกีฬา ฝึกการรับมือกับความกดดัน และทำให้ผู้คัดเลือกสามารถมองเห็นพัฒนาการของเด็กแต่ละคนได้อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่พิจารณาจากการแข่งขันเพียงครั้งเดียว

สำหรับเป้าหมายหลักของ Prime Minister’s Youth Cup มี 3 ด้านที่น่าสนใจ ดังนี้

  • สร้างเส้นทางสู่ทีมชาติ: ค้นหานักกีฬาดาวรุ่งตั้งแต่ระดับอำเภอและจังหวัดในรุ่น U14, U16 และ U18 พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพและทีมชาติไทย
  • พัฒนากีฬาอย่างยั่งยืน: ผลักดันแผนจัดการแข่งขันต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เพื่อให้โรงเรียน สโมสร และผู้ฝึกสอนสามารถเตรียมทีมและวางแผนพัฒนาเยาวชนในระยะยาว
  • สร้างเยาวชนคุณภาพ: ใช้กีฬาเป็นพื้นที่ฝึกระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา

3 ยุทธศาสตร์พัฒนาดาวรุ่งไทยสู่ทีมชาติ

ยุทธศาสตร์แรกคือการสร้าง Talent Pipeline หรือเส้นทางพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นขั้นตอน เด็กที่มีพรสวรรค์จะได้รับการติดตามและประเมินพัฒนาการตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เมื่อเข้าสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นก็จะมีข้อมูลประกอบการคัดเลือกที่ชัดเจนมากกว่าเดิม แนวทางนี้ช่วยลดโอกาสที่นักกีฬาฝีมือดีจะถูกมองข้ามเพียงเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

ยุทธศาสตร์ที่สองคือความต่อเนื่องของระบบการแข่งขัน การจัดงานเพียงครั้งเดียวอาจสร้างแรงบันดาลใจได้ แต่การจัดการแข่งขันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้นักกีฬาพัฒนาทักษะได้จริง แผนระยะเวลา 5 ปีจึงมีความสำคัญ เพราะทำให้ทุกฝ่ายมองเห็นเป้าหมายร่วมกัน และสามารถจัดสรรงบประมาณ บุคลากร สนามแข่งขัน และการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยุทธศาสตร์ที่สามคือการพัฒนาเยาวชนแบบองค์รวม นักกีฬาที่ดีไม่ควรมีเพียงทักษะทางร่างกาย แต่ต้องมีความรับผิดชอบ รู้จักเคารพคู่แข่งขัน ควบคุมอารมณ์ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ กีฬาเป็นห้องเรียนชีวิตที่ช่วยให้เยาวชนเรียนรู้ทั้งการชนะและการแพ้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

บริหารงบประมาณโปร่งใส ยกระดับบุคลากรกีฬา

นอกจากการผลักดันการแข่งขันแล้ว การบริหารจัดการยังเป็นหัวใจของการพัฒนากีฬาภูมิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเน้นย้ำให้การใช้จ่ายงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีความโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ ทุกโครงการควรมีเป้าหมายชัดเจน มีตัวชี้วัดที่เหมาะสม และนำผลลัพธ์มาปรับปรุงการทำงานในครั้งต่อไป

ขณะเดียวกัน การพัฒนาบุคลากรก็ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน ผู้ฝึกสอนในแต่ละจังหวัดควรได้รับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การป้องกันการบาดเจ็บ โภชนาการ และการดูแลสภาพจิตใจของเยาวชน ส่วนผู้บริหารควรมีความเข้าใจเรื่องการจัดการแข่งขันและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา จังหวัด โรงเรียน สโมสร และภาคเอกชนควรแลกเปลี่ยนข้อมูลและแบ่งบทบาทกันอย่างชัดเจน เมื่อทุกฝ่ายทำงานเป็นเครือข่ายเดียวกัน นักกีฬาจะได้รับการสนับสนุนที่ต่อเนื่องตั้งแต่การฝึกซ้อม การแข่งขัน การศึกษา ไปจนถึงการเตรียมตัวเป็นนักกีฬาอาชีพ

โดยสรุป รมต.สุรศักดิ์ขับเคลื่อนกีฬาภูมิภาค ด้วยแนวทางที่มองไกลกว่าการแข่งขันระยะสั้น เพราะต้องการสร้างระบบที่ค้นพบดาวรุ่งได้ทั่วประเทศ พัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง และวางรากฐานให้กีฬาไทยมีความเข้มแข็งในอนาคต หากโครงการ Prime Minister’s Youth Cup ดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย เด็กไทยจากทุกพื้นที่ก็จะมีเวทีพิสูจน์ตัวเองมากขึ้น และบางคนอาจก้าวจากสนามท้องถิ่นไปสวมเสื้อทีมชาติในวันข้างหน้า ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้วัดจากจำนวนถ้วยรางวัลเท่านั้น แต่ควรวัดจากโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเยาวชนไทยด้วย

ที่มา – “รมต.สุรศักดิ์” ขับเคลื่อนกีฬาภูมิภาค ดัน “Prime Minister’s Youth Cup” ปั้นดาวรุ่ง U14-U18 สู่ทีมชาติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *