‘รมต.หนิม’เผย ครม.ยังไม่ยืนยันให้พิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อ
ในวันที่ 6 พฤษภาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘รมต.หนิม’ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงประเด็นร้อนเกี่ยวกับ ‘รมต.หนิม’เผย ครม.ยังไม่ยืนยันให้พิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่กลุ่มแรงงานและ ส.ส. พรรคประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก
‘รมต.หนิม’เผย ครม.ยังไม่ยืนยันให้พิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อ
จากหนังสือเรียกร้องที่ส่งมาจาก ส.ส. พรรคประชาชนและตัวแทนแรงงาน รัฐมนตรีได้ยืนยันชัดเจนว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ยังไม่ได้ให้การยืนยันร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านกระบวนการทางกฎหมายและผลกระทบในหลายมิติที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ กระทรวงแรงงานไม่ขัดข้องและเห็นด้วยว่ามีหลายประเด็นในร่างกฎหมายนี้ที่เป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยอย่างยิ่ง
ประเด็นลดชั่วโมงทำงานเหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
หนึ่งในประเด็นหลักคือการปรับลดชั่วโมงการทำงานให้เหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งตรงกับหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 48 ชั่วโมง รัฐมนตรี ‘รมต.หนิม’ ยอมรับว่าเห็นด้วยในหลักการ แต่ในสถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานที่ยังผันผวน หากปรับลดทันทีโดยไม่มีมาตรการ过渡 (บทเฉพาะกาล) อาจกระทบรายได้ของแรงงานรายวันและระบบการจ้างงานโดยรวม เราจำเป็นต้องหาจุดสมดุลที่ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
- ปัจจุบัน: 48 ชั่วโมง/สัปดาห์ ตาม ILO
- ข้อเสนอ: ลดเหลือ 40 ชั่วโมง
- ความท้าทาย: ผลกระทบเศรษฐกิจและรายได้แรงงาน
สิทธิวันลาปวดประจำเดือนและสถานที่ให้นมบุตร
ส่วนประเด็นเพิ่มสิทธิวันลาปวดประจำเดือนและจัดสถานที่ให้นมบุตร รัฐมนตรีเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานยุคใหม่ กระทรวงแรงงานพร้อมเปิดพื้นที่ให้ตั้งคณะทำงานร่วมกับ ส.ส. และตัวแทนแรงงาน เพื่อยกร่างกฎหมายใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกฝ่าย สำหรับสถานที่ให้นมบุตร ทางกระทรวงได้ผลักดันโดยสมัครใจในหลายพื้นที่แล้ว และสามารถออกเป็นกฎกระทรวงได้ โดยพิจารณาตามขนาดและศักยภาพของสถานประกอบการ
นอกจากนี้ กฎหมายคุ้มครองแรงงานยังครอบคลุมประเด็นอื่นๆ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการ ความปลอดภัยในการทำงาน และการคุ้มครองแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยให้เทียบเท่านานาชาติ ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 กำลังขับเคลื่อน การมีกฎหมายที่ทันสมัยจะช่วยดึงดูดการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
รัฐมนตรี ‘รมต.หนิม’ ยังเน้นย้ำว่าการขัดเกลากฎหมายให้รอบด้านจะนำไปสู่กฎหมายที่เป็นธรรม สอดคล้องสากล และยกระดับชีวิตแรงงานไทยอย่างยั่งยืน หากทุกภาคส่วนช่วยกัน จะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้แน่นอน
สำหรับแรงงานและนายจ้างที่สนใจ สามารถติดตามความคืบหน้าผ่านช่องทางกระทรวงแรงงาน หรือเข้าร่วมเสนอความเห็นในคณะทำงานที่กำลังจะตั้งขึ้น ลองคิดดูสิครับ ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน จะเปลี่ยนชีวิตแรงงานไทยอย่างไรบ้าง? มาร่วมแสดงความเห็นกันเถอะ!
ที่มา – ‘รมต.หนิม’เผย ครม.ยังไม่ยืนยันให้พิจารณากฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อ