รมว.กลาโหมรับชายแดนไทย-เขมรยังขัดแย้ง

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังมีความเคลื่อนไหวบริเวณเนิน 642 และมีรายงานว่าทหารกัมพูชาพยายามขึ้นไปยังพื้นที่ดังกล่าว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีความขัดแย้งกันอยู่ แต่กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยในหลายระดับ เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความตึงเครียดในพื้นที่

รมว.กลาโหมรับชายแดนไทย-เขมรยังขัดแย้ง แต่ยืนยันว่าหน่วยทหารไทยยังสามารถควบคุมพื้นที่สำคัญและพื้นที่ที่อยู่ในการครอบครองได้อย่างเรียบร้อย พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานราชการในพื้นที่เป็นหลัก เพื่อป้องกันความสับสนจากข่าวสารที่อาจเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่น

รมว.กลาโหมรับชายแดนไทย-เขมรยังขัดแย้ง และเร่งสร้างความเข้าใจ

จากการลงพื้นที่ตรวจราชการบริเวณปราสาทตาเมืองธม จังหวัดสุรินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า การพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชายังดำเนินอยู่ทั้งในระดับรัฐบาลและระดับกระทรวงกลาโหม อย่างไรก็ตาม การหารือในระดับกระทรวงกลาโหมมีการชะลอไว้ก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้การประสานงานในระดับรองเลขาธิการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา หรือ RBC รวมถึงการพูดคุยในระดับกองทัพ เดินหน้าอย่างเหมาะสม

แนวทางสำคัญคือการสร้างความเข้าใจในระดับพื้นที่ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement หากแต่ละฝ่ายสามารถสื่อสารกันได้อย่างชัดเจน ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดและทำให้การดูแลพื้นที่ชายแดนเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยฝ่ายไทยยังย้ำว่าการพูดคุยในกรอบถ้อยแถลงร่วมถือเป็นพื้นฐานสำคัญ ก่อนจะขยายไปสู่การหารือในระดับอื่น

รมว.กลาโหมรับชายแดนไทย-เขมรยังขัดแย้ง แต่สถานการณ์ยังควบคุมได้

สำหรับความเคลื่อนไหวบริเวณเนิน 642 ซึ่งมีรายงานว่าทหารกัมพูชาพยายามปีนขึ้นไปในพื้นที่ พล.ท.อดุลย์ระบุว่า กองกำลังสุรนารีและแม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติตามกฎการปะทะอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มจากการพูดคุย การแจ้งเตือน และการยิงเตือนตามลำดับ หากมีเหตุจำเป็น การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และเปิดช่องให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสื่อสารกันได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมองว่า เจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายยังสามารถพูดคุยกันรู้เรื่อง และรับฟังข้อกังวลของกันและกันได้ สถานการณ์ในพื้นที่จึงยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้จะมีความเคลื่อนไหวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็ตาม การควบคุมสถานการณ์ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง แต่สะท้อนว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงมีแผนรองรับและพร้อมดำเนินการตามขั้นตอน

การเตรียมพร้อมของทหารไทยในพื้นที่ชายแดน

พล.ท.อดุลย์ยอมรับว่า ความกังวลยังคงมีอยู่ เนื่องจากพื้นที่ชายแดนเป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อน และความเคลื่อนไหวของกำลังพลจากทั้งสองฝ่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับหน่วยทุกระดับยังคงเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ตั้งแต่ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ผู้บังคับกองพัน ไปจนถึงผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ โดยทุกคนได้รับคำสั่งให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามกฎการปะทะอย่างรอบคอบ

  • ติดตามสถานการณ์: หน่วยทหารเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวบริเวณพื้นที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้การสื่อสารก่อน: เจ้าหน้าที่จะพูดคุยและแจ้งเตือนตามขั้นตอน เพื่อลดความเข้าใจผิด
  • รักษาพื้นที่: กำลังพลมีความพร้อมในการดูแลพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไทย
  • ประสานงานหลายระดับ: การแก้ไขปัญหาดำเนินผ่านระดับรัฐบาล กระทรวงกลาโหม กองทัพ และหน่วยงานในพื้นที่
  • สื่อสารกับประชาชน: ขอให้ประชาชนยึดข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาในเวลานี้จึงควรติดตามด้วยความระมัดระวัง การรายงานข่าวเกี่ยวกับเนิน 642 หรือพื้นที่อื่นควรอ้างอิงข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว เพราะข่าวที่คลาดเคลื่อนอาจเพิ่มความวิตกกังวลให้กับประชาชนและกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุยระหว่างสองประเทศ

ในภาพรวม รมว.กลาโหมรับชายแดนไทย-เขมรยังขัดแย้งจริง แต่ยืนยันว่ากองทัพไทยมีความพร้อมและยังควบคุมสถานการณ์ได้ การสร้างความเข้าใจผ่านการเจรจาในระดับพื้นที่และการปฏิบัติตามกฎการปะทะจึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยรักษาความสงบ หากประชาชนติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้และไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ก็จะช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และลดความตื่นตระหนกในสังคมได้

ติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และร่วมกันใช้ข้อมูลอย่างมีสติ เพื่อให้การรับมือสถานการณ์ชายแดนเป็นไปอย่างสงบและสร้างสรรค์

ที่มา – ‘รมว.กลาโหม’ รับชายแดนไทย-เขมร ยังขัดแย้ง หลังอีกฝ่ายจ้องปืนขึ้นเนิน 642

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *