รมว.การคลังเยอรมนีสั่ง เร่งใช้จ่ายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกกันมาบ้าง โดยเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจจากทางฝั่งยุโรป ล่าสุดมีรายงานว่า รมว.การคลังเยอรมนีสั่ง เร่งใช้จ่ายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากที่ตัวเลขการเบิกจ่ายจริงออกมาต่ำกว่าแผนงานที่วางไว้ค่อนข้างมาก สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายว่าโครงการต่างๆ จะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้หรือไม่
สถานการณ์ล่าสุด: รมว.การคลังเยอรมนีสั่ง เร่งใช้จ่ายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
จากการรายงานของกระทรวงการคลังเยอรมนีที่ส่งไปยังคณะกรรมการงบประมาณ พบว่ากองทุนพิเศษนี้ควรจะถูกเบิกจ่ายไปแล้วถึง 37,200 ล้านยูโร แต่ในความเป็นจริงกลับมีการใช้จ่ายไปเพียง 24,000 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งความคืบหน้าโดยรวมของโครงการต่างๆ เมื่อประเมินจากผลกระทบที่คาดหวังไว้และการดำเนินงานเฉลี่ยแล้ว อยู่ที่เพียง 54% เท่านั้น
เปิดสาเหตุทำไม รมว.การคลังเยอรมนีสั่ง เร่งใช้จ่ายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ปัญหาความล่าช้านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่สะสมมาจากการวางแผนที่ยังไม่คล่องตัวพอ โดยข้อมูลที่น่าสนใจมีดังนี้:
- ในปี 2568 โครงการกว่า 2 ใน 3 ยังคงอยู่ในขั้นตอนการวางแผนเท่านั้น
- มีเพียง 1 ใน 3 ของโครงการที่ก้าวข้ามสู่ขั้นตอนการดำเนินการหรือการใช้งานจริง
- เป้าหมายที่วางไว้ 107 ข้อสำหรับปี 2569 ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม บรรลุผลเพียงแค่ 26 ข้อเท่านั้น
- การขาดดุลส่วนหนึ่งเกิดจากขั้นตอนด้านการบริหารที่ยังไม่เสร็จสิ้นตามกำหนดการ
ด้วยตัวเลขเหล่านี้เอง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างเร่งด่วน เพื่อผลักดันให้เม็ดเงินในกองทุนนี้ถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศตามจุดประสงค์หลัก ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัล พลังงาน หรือการขนส่ง ซึ่งถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเยอรมนี
เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการสั่งการครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกคอขวดด้านงบประมาณได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ในโลกเศรษฐกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแผนงานให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้จริงคือหัวใจสำคัญครับ
ที่มา – รมว.การคลังเยอรมนีสั่ง เร่งใช้จ่ายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หลังความคืบหน้าต่ำกว่าแผน