รวบสองผัวเมียบอส ล่า ‘บัญชีม้า’ ทั่วภาคเหนือ ส่งแก๊งคอลฯ เสียหายกว่า 10 ล้าน
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พลตำรวจตรีใหญ่กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมผู้บริหารระดับสูงหลายคน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพิเศษร่วมมือกันจับกุมคู่สามีภรรยาที่มีพฤติกรรมแปลก suspicious โดยเฉพาะในเรื่องการจัดหาบัญชีปลอมหรือที่เรียกกันว่า ‘บัญชีม้า‘ เพื่อใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายภายใต้การดำเนินการของกลุ่มขบวนการที่เชื่อมโยงกับคอลเซ็นเตอร์
รวบสองผัวเมียบอส ล่า ‘บัญชีม้า’ ทั่วภาคเหนือ ส่งแก๊งคอลฯ เสียหายกว่า 10 ล้าน
เหตุการณ์เกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดของผู้สืบสวน ทำให้สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนซึ่งเป็นสามีและภรรยาอาศัยกันอยู่ในตำบลแม่สาย จังหวัดเชียงราย และมีพฤติกรรมน่าเอารัดเอาใจสงสัยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับรายได้ที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้อย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องรถยนต์หรูหราและเงินสดจำนวนมากที่ไม่สอดคล้องกับสถานะทางการเงินที่เคยทราบมาก่อนหน้านี้
กระบวนการจับกุมและการแจ้งข้อหา
ในการจัดการครั้งนี้ พลตำรวจตรีอมรศักดิ์ เกษมก์สิริ พลตำรวจตรีณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รวมถึงพลตำรวจตรีเดชพล เปรมศิริ ผู้บังคับการกองสืบสวนสอบสวนพิเศษภาค 6 ได้ลงพื้นที่เพื่อดำเนินการควบคุมตัวตามหมายจับที่ออกโดยศาลยุติธรรมแล้ว พร้อมกับยึดของกลางอันเป็นรูปธรรมจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง เงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาท รถยนต์แบรนด์หรู 1 คัน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
- จับกุมที่ร้านสะดวกซื้อในบางซื่อ
- พบเงินสดมากกว่าหนึ่งล้านบาท
- ของกลางรถยนต์หรู 1 คัน
- ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์
- หลักฐานทางดิจิทัลเกี่ยวกับการร่วมมือกับผู้ใช้งานบัญชีม้า
จากการสอบสวนเบื้องต้นภายหลังการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ พบว่า นางสาววิลาสินี และนายธนพล เคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้านี้ภายใต้ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการออกหนังสือรับรองความสมบูรณ์ และเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการกระทำในครั้งนี้มีผลพวงสำคัญถึงมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจของธนาคารและหน่วยงานภาครัฐซึ่งสูญเสียรวมมากกว่าสิบล้านบาท
กรณีดังกล่าวถือว่าน่าเป็นห่วงเพราะมีรูปแบบการดำเนินการที่รอบคอบและมีการจำแนกบทบาทของสมาชิกอย่างชัดเจนภายในกลุ่ม ในฐานะให้บริการทางเทคนิค администrtive และ personnel management เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่สามารถกระทำได้โดยไม่ถูกระบุตัวจริง ส่งผลให้การปราบปรามโดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม (สภ.) ต้องใช้เวลาเตรียมแผนอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำหลบหนีได้ง่าย
โดยผลสรุปจากการสำนวณข้อมูล backend system ของธนาคารแห่งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า มีบัญชีเงินฝากที่ได้รับโอนเข้ามาจากชื่อบุคคลที่เป็นบัญชีม้ามากกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนทั้งหมดในภาคเหนือ ซึ่งถือว่ามีความเสียหายต่อประชาชนในระดับกว้างขวาง รัฐบาลจึงยังไม่สงบและมุ่งมั่นที่จะแสวงหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในลักษณะเดียวกันได้อีก
ข้อหาที่ถูกแจ้งต่อผู้ต้องหาครั้งนี้ประกอบไปด้วย: “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” ซึ่งสามารถเพิ่มโทษได้ถึงจำคุกในอัตราสูงสุดกรณีตามหลักกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามไปยังเครือข่ายอื่นๆ ที่อาจร่วมมือหรือมีส่วนเชื่อมโยงกับคู่กรณี ทั้งในด้านการสนับสนุนทางเทคโนโลยี ทางด้านบุคลากร และในด้านแหล่งที่มาของโปรไฟล์ที่ถูกใช้ เป็นต้น ความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อสร้างความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้แก่ระบบบริการเริ่มต้นทางดิจิทัลในประเทศ
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายของเครือข่ายขบวนการหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีองค์ประกอบซับซ้อนและนำมาซึ่งผลกระทบตามมาอย่างทรงพลัง หากไม่วางโครงสร้างความปลอดภัยและวางแผนป้องกันได้อย่างทั่วถึง เหตุการณ์เหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกได้
ให้ประชาชนตื่นตัวและตรวจสอบบัญชีในชื่อตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากพบช่องโหว่ร้ายแรงจะช่วยลดโอกาสความเสียหายจากกลุ่มอาชญากรใช้ข้อมูลของคุณในการกระทำผิดได้
ที่มา – รวบสองผัวเมียบอส ล่า ‘บัญชีม้า’ ทั่วภาคเหนือ ส่งแก๊งคอลฯ เสียหายกว่า 10 ล้าน