รวบสาวใหญ่ได้รับเงินเกือบครึ่งแสนที่โอนมาผิดแต่ไม่คืน

กรณีเงินโอนผิดบัญชีกลายเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากกว่าที่หลายคนคิด ล่าสุดตำรวจ สน.เพชรเกษมจับกุมหญิงอายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลแขวงบางบอน ในข้อหา “ยักยอกทรัพย์” หลังมีเงินจำนวน 45,800 บาท โอนเข้าบัญชีโดยผิดพลาด แต่ผู้เสียหายไม่สามารถขอเงินคืนได้ เหตุการณ์นี้เป็นข่าว รวบสาวใหญ่ได้รับเงินเกือบครึ่งแสนที่โอนมาผิดแต่ไม่คืน และกำลังได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้บัญชีธนาคารและความรับผิดชอบต่อเงินที่ไม่ได้เป็นของตนเอง

รวบสาวใหญ่ได้รับเงินเกือบครึ่งแสนที่โอนมาผิดแต่ไม่คืน

ตามรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการ สน.เพชรเกษม มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงศ์ สารวัตรสืบสวน และ จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ร่วมกันติดตามจับกุมหญิงสาวรายดังกล่าว โดยจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้เสียหายชาวจีนต้องการโอนเงินให้ชาวจีนอีกคนหนึ่งผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง แต่กรอกข้อมูลบัญชีผิด ทำให้เงินจำนวน 45,800 บาท ถูกโอนไปยังบัญชีของหญิงวัย 47 ปีแทน ผู้เสียหายพยายามติดต่อธนาคารเพื่อประสานงานขอเงินคืน และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อให้ติดตามเงินก้อนดังกล่าวกลับมา

รายละเอียดคดีเงินโอนผิดบัญชีและคำให้การของผู้ต้องหา

หลังธนาคารตรวจสอบรายการ เจ้าของบัญชีปลายทางได้ปฏิเสธรายการโอนเงิน และไม่สามารถติดต่อได้ในเวลาต่อมา ทำให้ธนาคารไม่สามารถดำเนินการคืนเงินให้ผู้เสียหายได้โดยตรง ผู้เสียหายจึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุการณ์ รวบสาวใหญ่ได้รับเงินเกือบครึ่งแสนที่โอนมาผิดแต่ไม่คืน จึงเข้าสู่ขั้นตอนการติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐาน

จากการสอบสวน หญิงรายนี้ให้การว่า บัญชีธนาคารดังกล่าวไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว และเธอไม่ทราบว่ามีเงินจำนวนดังกล่าวโอนเข้ามาในบัญชี นอกจากนี้ยังอ้างว่าไม่ได้พักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน จึงไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนจนสามารถติดตามตัวและจับกุมตามหมายศาลได้

เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ต่อไป การแจ้งข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาใช้สิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

โอนเงินผิดบัญชีควรทำอย่างไร

  • ติดต่อธนาคารทันที: ผู้โอนควรโทรศัพท์หรือเดินทางไปธนาคารต้นทางโดยเร็ว พร้อมแจ้งวันเวลา จำนวนเงิน และบัญชีปลายทางให้ครบถ้วน
  • เก็บหลักฐานการโอน: สลิป รายการเดินบัญชี ข้อความสนทนา และข้อมูลการติดต่อธนาคาร ล้วนมีความสำคัญต่อการติดตามเงินคืน
  • แจ้งความเมื่อไม่สามารถคืนเงินได้: หากธนาคารติดต่อเจ้าของบัญชีปลายทางไม่ได้ หรือเจ้าของบัญชีปฏิเสธการคืนเงิน ผู้เสียหายควรเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ
  • อย่าโอนเงินคืนให้บุคคลอื่นแบบไม่ตรวจสอบ: เจ้าของบัญชีที่ได้รับเงินผิดควรติดต่อธนาคารเพื่อยืนยันข้อมูลก่อนดำเนินการคืนเงิน ป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

สำหรับผู้ที่พบว่ามีเงินจากบุคคลอื่นโอนเข้าบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ สิ่งที่ควรทำคืออย่านำเงินไปใช้ ถอน หรือโอนต่อ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมายได้ ควรแจ้งธนาคารและขอให้ธนาคารตรวจสอบรายการอย่างเป็นทางการ การเก็บเงินไว้โดยไม่ดำเนินการใด ๆ อาจทำให้เจ้าของเงินเข้าใจว่าเป็นการจงใจไม่คืนทรัพย์

กรณีนี้ยังเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้บริการธนาคารทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีบัญชีหลายบัญชีหรือไม่ได้ใช้งานบัญชีเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ตั้งค่าการแจ้งเตือนเงินเข้าออก และอัปเดตข้อมูลติดต่อกับธนาคารให้เป็นปัจจุบัน เพราะการรับรู้ความผิดปกติได้เร็วจะช่วยลดความเสียหายและทำให้การตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น

เหตุการณ์ รวบสาวใหญ่ได้รับเงินเกือบครึ่งแสนที่โอนมาผิดแต่ไม่คืน สะท้อนว่าเงินที่เข้าบัญชีโดยไม่ทราบที่มาไม่ควรถูกมองว่าเป็นโชคลาภหรือเงินที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ทุกฝ่ายควรรีบประสานธนาคาร เก็บหลักฐาน และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาบานปลายและรักษาสิทธิของตนเอง

บทเรียนสำคัญคือ ก่อนกดยืนยันการโอนเงิน ผู้โอนควรตรวจสอบชื่อและเลขบัญชีปลายทางทุกครั้ง ส่วนผู้รับเงินที่ไม่รู้จักควรรีบแจ้งธนาคารโดยไม่แตะต้องเงินก้อนนั้น หากพบเหตุลักษณะเดียวกัน การปรึกษาธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่แรกย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

ที่มา – รวบสาวใหญ่ได้รับเงินเกือบครึ่งแสนที่โอนมาผิดแต่ไม่คืน อ้างไม่รู้มีเงินเข้า ไม่ได้รับหมายเรียก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *