รวบแก๊งหลอกลงทุนตุ๋นซื้อของ-เป็นตัวแทนจำหน่าย เหยื่อหลงเชื่อสูญ 3.6 ล้าน!

เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดการจับกุมแก๊งฉ้อโกงที่ใช้วิธีหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนซื้อสินค้าและทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยอ้างว่าได้กำไรตอบแทนสูง จนทำให้ผู้เสียหายหลายรายสูญหายไปรวมกว่า 3.6 ล้านบาท จากการประกาศของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บริหารชั้นผู้ใหญ่ในภูมิภาค 6 ที่ออกคำสั่งให้หน่วยงานสืบสวนดำเนินการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาหลายรายในจังหวัดเชียงราย

รวบแก๊งหลอกลงทุนตุ๋นซื้อของ-เป็นตัวแทนจำหน่าย เหยื่อหลงเชื่อสูญ 3.6 ล้าน!

กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย ทั้งชายและหญิง รวม 4 ราย โดยมีข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยใช้หลักการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะทาง Facebook หรือโซเชียลมีเดียอื่น ๆ โดยอ้างเป็นบริษัทค้าขายหรือผู้ให้บริการสินค้าออนไลน์ แล้วชวนให้เหยื่อลงทุนพร้อมให้ตัวแทนจำหน่าย เพื่อหวังผลตอบแทนที่ดูน่าสนใจ แต่กลับกลายเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อจนสูญเงินเป็นจำนวนมาก

ตามรายงานแจ้งว่า มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยอ้างว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหานำไปหลอกให้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีลักษณะคล้ายของจริง ส่งผลให้ผู้เสียหายสูญเงินไปจำนวน 3,638,116 บาท จากการตกลงซื้อสินค้าเพื่อขายออนไลน์ หลังจากนั้นผู้ต้องหาจะหลุดจากการติดต่อและไม่สามารถติดต่อขอเงินคืนได้อีกต่อไป

แผนการฉ้อโกงแบบมีระบบ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มผู้ต้องหานี้มีแผนการฉ้อโกงอย่างฉลาด โดยสร้างเว็บไซต์หรือเพจปลอมที่ดูมีประสิทธิภาพ มีรูปแบบเหมือนแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์จริง พร้อมทั้งมีการอธิบายผลตอบแทน รายละเอียดสินค้า และขั้นตอนการลงทุนที่ชัดเจน จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อมั่น แล้วตกลงโต้ตอบตามขั้นตอน จนเงินเข้ากระเป๋าผู้ต้องหา

หลังจากที่ได้รับเงินจำนวนมหาศาล กลุ่มผู้ต้องหาได้นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายส่วนตัว บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ รวมไปถึงพาไปเที่ยวพักผ่อน และซื้อรถยนต์ luxe ใหม่ มูลค่าหลายแสนบาท จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในเวลาต่อมา พร้อมของกลางหลายรายการ รวมถึงเงินสดกว่า 3 หมื่นบาท ซึ่งเชื่อว่าได้จากธุรกิจมิจฉาชีพ

พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ และเจ้าหน้าที่ล้วนยืนยันว่า ข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหานั้นมีหลักฐานชัดเจน นับตั้งแต่การสื่อสารทางออนไลน์ การโอนเงิน บันทึกการใช้จ่าย จนไปถึงของกลางที่ถูกยึดได้ทั้งหมด พร้อมทั้งมีผู้เสียหายให้ข้อมูลและหลักฐานจำนวนมากที่ช่วยยืนยันความผิดของผู้ต้องหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมมือกันดำเนินการฉ้อโกงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จริง และใช้เงินของผู้เสียหายเลี้ยงชีพโดยตรงอย่างไร้กังวลใจ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ได้สรุปว่ากลุ่มผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นภัยต่อชุมชนอย่างชัดเจน และควรได้รับโทษตามกฎหมาย

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามจากโลกออนไลน์อาจเข้ามาใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด หลายคนมีความเชื่อว่าการ “ลงทุนเล็ก ๆ ได้กำไรใหญ่” มักไม่มีอยู่จริง และนี่คือตัวอย่างที่เตือนใจว่าเมื่อใดที่เราจะไว้วางใจใครสักคนในโลกออนไลน์ เราควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ ตรวจสอบชื่อเสียง พิจารณานโยบาย และรีวิวจากผู้ใช้งานจริงก่อนเสมอ

ข้อแนะนำจากการจับกุมครั้งนี้คือ หากมีข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง โดยเฉพาะการลงทุนออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนเร็วเกินความน่าเชื่อถือ ควรระวังเป็นพิเศษ และหากเกิดข้อสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อถัดไป

ที่มา – รวบแก๊งหลอกลงทุนตุ๋นซื้อของ-เป็นตัวแทนจำหน่าย เหยื่อหลงเชื่อสูญ 3.6 ล้าน!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *