“รองเจ๋ง” เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ “โอรังอัสลี”
เป็นภาพที่น่าประทับใจเมื่อ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้นำทัพข้าราชการบรรจุใหม่ลงพื้นที่ลุยถึงบนเขา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์โอรังอัสลี ณ บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 อ.ธารโต จ.ยะลา ถือเป็นการลงพื้นที่ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเข้าถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง
“รองเจ๋ง” เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ “โอรังอัสลี”
ภารกิจสำคัญในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาในหลายมิติเพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์โอรังอัสลีสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องพื้นฐานอย่างที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และสถานะทางทะเบียนราษฎร เพราะการเข้าถึงสิทธิพลเมืองเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาได้รับสวัสดิการจากรัฐอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ก้าวสำคัญสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องโอรังอัสลี
ทีมงาน ศอ.บต. ได้เดินเท้าสำรวจพื้นที่บนภูเขาเพื่อเตรียมการก่อสร้างที่อยู่อาศัยจำนวน 10 หลังคาเรือน บนพื้นที่ 14 ไร่ เพื่อให้พี่น้องโอรังอัสลีมีบ้านที่มั่นคง โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายทหารที่ช่วยปรับหน้าดิน และหน่วยงานด้านสังคมที่เตรียมแผนพัฒนาอาชีพเพื่อให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องผลักดัน ดังนี้:
- การพัฒนาที่อยู่อาศัย: เตรียมสร้างบ้านที่มั่นคงบนพื้นที่ที่เหมาะสมบนภูเขา
- สิทธิพลเมือง: เร่งประสานงานทะเบียนราษฎรเพื่อให้พี่น้องโอรังอัสลีเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและสวัสดิการรัฐ
- ด้านการศึกษา: ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนเพื่อให้เติบโตไปพร้อมกับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม
จากการสำรวจข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีพี่น้องโอรังอัสลีได้รับบัตรประชาชนแล้ว 51 ราย และมีการผลักดันเคสใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีตัวตนตามกฎหมายและได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามหลักสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้การนำข้าราชการใหม่มาเรียนรู้หน้างานจริงยังช่วยสร้างมุมมองการทำงานที่เห็นใจเพื่อนมนุษย์ และตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
การลงพื้นที่ของ “รองเจ๋ง” เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ “โอรังอัสลี” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการทำงานเชิงรุกตามภารกิจรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นการน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ให้ปลอดภัยจากปัญหาต่างๆ และมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรีในสังคมไทยอย่างยั่งยืน ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการบูรณาการภาครัฐที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งครับ
