ระดับแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดลงต่ำกว่าเดิม หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่
ระดับแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดลงต่ำกว่าเดิม หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่
ในช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศสุดโต่งในยุโรปส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิต ล่าสุดมีรายงานว่าระดับแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดลงต่ำกว่าเดิม หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับภาคธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมหนักและการขนส่งสินค้าที่ต้องพึ่งพาเส้นทางสายเลือดหลักสายนี้
ผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อระดับแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดลงต่ำกว่าเดิม
ปัญหาการลดลงของระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นปัญหาคอขวดทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ข้อมูลจากหน่วยงานการเดินเรือภายในประเทศของเยอรมนี (WSV) ระบุว่า ระดับน้ำที่จุดคอขวดเมืองเคาบ์ลดลงเหลือเพียง 12 เซนติเมตร ซึ่งต่ำกว่าสถิติเดิมเมื่อปี 2561 ที่ 25 เซนติเมตร ส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางเรือทำได้ยากลำบากอย่างยิ่ง
ผลกระทบที่ตามมามีดังนี้:
- ต้นทุนการขนส่งสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- เกิดปัญหาคอขวดในการขนส่งวัตถุดิบสู่โรงงานผลิตเหล็กและสารเคมี
- บริษัทผู้ผลิตต้องลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ
- เรือบรรทุกสินค้าต้องลดปริมาณการบรรทุกเพื่อป้องกันการเกยตื้น ทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งลดลงเหลือเพียง 20%
บริษัทขนส่งอย่าง RheinCargo จึงต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยหันไปพึ่งพาการขนส่งทางรถไฟแทน เพื่อส่งวัตถุดิบให้กับโรงงานเหล็กในเมืองดุยส์บัวร์ก แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ก็มาพร้อมกับต้นทุนมหาศาลที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อระดับแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดลงต่ำกว่าเดิม หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานในยุโรปก็ถูกเผยออกมาให้เห็นชัดเจนขึ้น
วิกฤตครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้โลกตระหนักว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลแค่เพียงอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและปากท้องของประชาชนโดยตรง ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองหามาตรการปรับตัวและวางแผนรับมือกับสภาพอากาศที่อาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิมในอนาคต
ที่มา – ระดับแม่น้ำไรน์ในเยอรมนีลดลงต่ำกว่าเดิม หลังยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่