ระนองส่งเสริมพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพและแก้ปัญหาค้ามนุษย์
เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัดระนอง ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีเป้าหมายหลักในการ ส่งเสริมการเรียนรู้พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมมาร่วมสร้างเครือข่ายเพื่อการศึกษาและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมนุษย์อย่างยั่งยืน
ระนองส่งเสริมการเรียนรู้พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในการดำเนินงานครั้งนี้ นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้มอบหมายให้นายปกาสิต พรประสิทธิ์ ปลัดจังหวัดระนอง เป็นประธานในการลงนาม MOU ที่ส่งเสริมด้านพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ซึ่งถือเป็นแนวทางใหม่ในการต่อยอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเสริมสร้างสุขภาพของชุมชนผ่านศูนย์อนุรักษ์พืชสมุนไพรบ้านแร่นอง
หน่วยงานภาคีร่วมพัฒนา
หน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมลงนามใน MOU เพื่อระนองส่งเสริมพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง, สถานีพัฒนาที่ดินระนอง, เทศบาลเมืองบางริ้น, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง และคุณนฤมล วิริยะบัณฑร ผู้ประกอบการ Lenong House Wellness
น.ส.ปณิตา อิทธิกุล ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น และพืชสมุนไพรมาซึ่งความรู้ด้านสุขภาพที่ยั่งยืน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในกลุ่มผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
วัตถุประสงค์เพื่อสังคมที่ดีขึ้น
- อนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
- สร้างเสริมความเข้าใจในคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น
- เชื่อมโยงระหว่างภาคีเครือข่ายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
- ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับท้องถิ่น
นอกจากการสนับสนุนพืชสมุนไพรแล้ว โครงการนี้ยังเน้นการ แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาแก่ผู้เสียหาย โดยมีหน่วยงานภาคการศึกษา 5 แห่งที่ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ เช่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระนอง และวิทยาลัยเทคนิคระนอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านอาชีพ ด้านสังคม และทักษะการใช้ชีวิตที่ดี
นายปกาสิต พรประสิทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินงานที่ร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายอย่างยั่งยืน โดยทุกภาคส่วนมีบทบาทในการสนับสนุนผู้เสียหายและช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง
จากสถานการณ์ดังกล่าว จังหวัดระนองได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่อื่น ๆ ในการบูรณาการหลายภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและความไม่เท่าเทียมในสังคม
หากคุณสนใจเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น หรืออยากติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาทางสังคมรูปแบบใหม่ ๆ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากเราที่นี่



