ระบบเลือก สว. เอื้อบล็อกโหวต ชี้ใช้เงิน 5 พันล้านยึดประเทศได้
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายปุรวิชญ์ วัฒนสุข นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญบนเวทีเสวนา “เจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4” โดยระบุว่าปัญหาการฮั้วและการล็อกโหวตในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่ถูกเตือนไว้นานแล้วเกี่ยวกับระบบการคัดเลือกที่ไม่รัดกุม
ระบบเลือก สว. เอื้อบล็อกโหวต ชี้ใช้เงิน 5 พันล้านยึดประเทศได้
จากการตรวจสอบรายงานการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 68/2560 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 จะเห็นได้ชัดว่ามีการอภิปรายถึงช่องโหว่ของระบบเลือก สว. เอื้อบล็อกโหวต ชี้ใช้เงิน 5 พันล้านยึดประเทศได้ ตั้งแต่เริ่มออกแบบกฎหมาย โดยอดีต สนช. ในขณะนั้นได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ระบบการเลือกกันเองจากระดับอำเภอมาสู่ระดับจังหวัดนั้น มีช่องว่างให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนสามารถเข้ามาแทรกแซงได้โดยง่าย
เปิดกลโกงผ่านรายงาน สนช. ปี 60
นักวิชาการจาก มธ. ยังได้ขยายความให้เห็นภาพว่า การออกแบบกฎหมายในขณะนั้นเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้งเครือข่าย หากฝ่ายใดสามารถควบคุมคนในพื้นที่ได้ตามสัดส่วนที่กำหนด ก็สามารถกำหนดผลลัพธ์ของ สว. ได้ทั้งกระบวนการ โดยรายงานดังกล่าวระบุว่าหากใช้เงินเพียง 5,000 ล้านบาท ก็อาจเพียงพอต่อการยึดกุมอำนาจผ่านกลไกนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
พฤติกรรมที่น่ากังวลประกอบด้วย:
- การส่งตัวแทนเข้ามาในลักษณะ “ผู้สมัครพลีชีพ” หรือที่ในอดีตเรียกว่า “กามิกาเซ่”
- การจ้างวานคนให้เข้ามาลงสมัครโดยไม่หวังผลการทำงาน แต่เน้นไปที่การยกมือโหวตตามใบสั่ง
- การลงทุนเกณฑ์คนกลุ่มละ 100 คน เพื่อกระจายเสียงให้ถึงเป้าหมายที่ต้องการ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการเมืองในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่ถูกวางโครงสร้างไว้ตั้งแต่ต้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอย่างรุนแรง
ท้ายที่สุดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือบทเรียนสำคัญว่า การออกแบบกติกาที่ไม่ยึดโยงกับธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ย่อมเปิดโอกาสให้ผู้มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจเข้ามากอบโกยและวางแผนครอบงำประเทศได้โดยใช้เงินเป็นตัวนำ คุณมีความเห็นอย่างไรกับการแก้ไขกฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้ให้สิ้นซากในอนาคต?