รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับไทย

รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทย

ในวันที่ 28 กันยายน 2568 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ประกาศข่าวดีสำหรับกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับการ รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยและสหรัฐอเมริกา คดีนี้เกิดจากการทุจริตเงินอุดหนุนวัดกว่า 65 แห่ง โดยนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เบียดบังเงินงบประมาณไปประโยชน์ส่วนตน สิ่งนี้ไม่เพียงกระทบต่อวัดวาอาราม แต่ยังบ่อนทำลายศรัทธาของประชาชนในพระพุทธศาสนาและความมั่นคงของชาติ

รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทย

คดี รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทย สืบเนื่องจากมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลความผิดของนายนพรัตน์และพวก ในปี 2566 โดยเกี่ยวข้องกับวัดพระแก้ว วัดพนัญเชิงวรวิหาร และวัดอื่นๆ รวม 65 แห่ง เงินที่ถูกทุจริตเป็นงบประมาณแผ่นดินที่ควรใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์วัด แต่กลับถูกนำไปใช้ส่วนตัว อัยการสูงสุดได้ฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 แล้ว โดยบางรายถูกพิจารณาคดี แต่ตัวนายนพรัตน์หลบหนีไปสหรัฐอเมริกา ทำให้ศาลออกหมายจับ

การติดตามตัวผู้ร้ายข้ามแดนนี้ เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลาง ได้ยื่นคำร้องต่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และประสานงานอย่างใกล้ชิด จนกลางเดือนกันยายน 2568 สหรัฐฯ เห็นชอบส่งตัวกลับ วันที่ 27 กันยายน 2568 ทีมจากสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ป.ป.ช. เดินทางไปรับตัวที่สหรัฐฯ และนำกลับไทยเรียบร้อยแล้ว

ภาพการรับตัวผู้ร้ายข้ามแดน

รายละเอียดคดีทุจริตเงินทอนวัดและการหลบหนี

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลในคดีเงินทอนวัดหลายคดีตั้งแต่ปี 2560-2567 โดยศาลได้พิพากษาลงโทษผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ แล้ว 22 คดี นอกจากนี้ ในปี 2563 ยังถูกชี้มูลร่ำรวยผิดปกติ พบทรัพย์สินกว่า 575 ล้านบาทที่ชี้แจงที่มาไม่ได้ จากตำแหน่งผอ.พศ. ช่วงปี 2553-2557 เมื่อเดือนเมษายน 2568 ทางการสหรัฐฯ จับกุมตัวตามคำร้องของไทย ทำให้การ รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทย สำเร็จ

ความสำเร็จนี้มาจากความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุดขอบคุณหน่วยงานต่างๆ เช่น พนักงานอัยการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ US Marshals และเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้อง การประสานงานนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริตข้ามชาติ

ภาพความร่วมมือระหว่างประเทศ

คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่สะท้อนปัญหาการทุจริตในหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อถือ หากคุณสนใจเรื่องการปราบปรามการทุจริต สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อสนับสนุนสังคมที่โปร่งใส

การดำเนินคดีผู้ทุจริตข้ามแดนเช่นนี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคดีอื่นๆ ในอนาคต

  • ความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามผู้ร้ายข้ามแดน
  • ผลกระทบของคดีทุจริตเงินทอนวัดต่อสังคมไทย
  • บทเรียนจากกรณีอดีตผอ.สำนักพุทธ

ที่มา – รับตัวอดีต ผอ.สำนักพุทธ ผู้ร้ายข้ามแดน ทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *