ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 9% หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 9% หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ปิดล้อมฮอร์มุซ

วงการพลังงานโลกกำลังสั่นสะเทือนอย่างหนัก หลังจากที่มีรายงานข่าวใหญ่ว่า ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 9% หลังสหรัฐกลับเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ปิดล้อมฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมักส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานไทยและเศรษฐกิจโลกโดยตรง

จากการเปิดเผยข้อมูลพบว่า สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นกว่า 7.29 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 9.59% มาอยู่ที่ระดับ 83.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ก็ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกันที่ 9.42% ปิดที่ 78.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่สูงที่สุดในรอบหลายเดือน

ผลกระทบเมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่ง 9% หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ปิดล้อมฮอร์มุซ

ความตึงเครียดครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่สหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการทางทหารและเตรียมปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวเรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 20% สำหรับสินค้าทุกประเภทที่ผ่านช่องแคบนี้ ทำให้ตลาดเกิดความกังวลอย่างหนัก

สรุปปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาพลังงานในครั้งนี้:

  • ปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.
  • มาตรการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
  • ข้อเสนอการเก็บค่าธรรมเนียมการขนส่งสินค้าผ่านฮอร์มุซ 20%
  • ความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อาจขาดแคลน

สถานการณ์ที่ ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 9% หลังสหรัฐกลับเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ปิดล้อมฮอร์มุซ ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสหรัฐฯ และนานาชาติจะมีมาตรการรับมืออย่างไร เพื่อไม่ให้สงครามพลังงานขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ เพื่อนๆ คิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับไหนในสัปดาห์หน้า? มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่ง 9% หลังสหรัฐกลับเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ปิดล้อมฮอร์มุซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *