ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4% ตลาดหวั่นสหรัฐ-อิหร่าน ปะทะกันในฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4% ตลาดหวั่นสหรัฐ-อิหร่าน ปะทะกันในฮอร์มุซ สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานทั่วโลกในวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ราคาน้ำมันโลก งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม พุ่งขึ้นสูงถึง 3.8% แตะระดับ 112.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,567.44 บาทไทย ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายประจำวัน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4% ตลาดหวั่นสหรัฐ-อิหร่าน ปะทะกันในฮอร์มุซ
ไม่เพียงเท่านั้น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเทอร์มีเดียต (WTI) ซึ่งเป็นเกณฑ์ราคาน้ำมันของสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยอยู่ที่ระดับ 105.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 3,439.23 บาท สำหรับงวดส่งมอบเดือนมิถุนายน การพุ่งขึ้นของราคานี้เกิดจากความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาด เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐและอิหร่านจะเกิดการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก
หลังจากกองทัพสหรัฐเดินหน้าปฏิบัติการ “โปรเจกต์ ฟรีดอม” โดยนำทางเรือรบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับอิหร่าน ซึ่งกล่าวหาว่าสหรัฐละเมิดข้อตกลงหยุดยิง มีรายงานว่าอิหร่านยิงโจมตีและยิงเตือน แต่ฝั่งสหรัฐปฏิเสธว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น สถานการณ์ตึงเครียดนี้ทำให้投资者ทั่วโลกเริ่มถอนตัวจากความเสี่ยง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4%
นอกจากนี้ นักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่นว่าปฏิบัติการของสหรัฐจะช่วยลดความตึงเครียดในการขนส่งเชื้อเพลิงได้มากน้อยแค่ไหน ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ หากเกิดการปะทะจริง อาจทำให้อุปทานน้ำมันโลกถูกระงับ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะยาว
- ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในไทยอาจปรับขึ้นตาม กระทบค่าขนส่งและสินค้าอุปโภค
- เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
- ประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย จีน และอินเดีย ได้รับผลกระทบหนัก
- หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่ง แต่สายการบินและโลจิสติกส์ร่วง
ในมุมของประเทศไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4% ตลาดหวั่นสหรัฐ-อิหร่าน ปะทะกันในฮอร์มุซ นี้ อาจทำให้กองทุนน้ำมันขาดดุลเพิ่มขึ้น รัฐบาลต้องพิจารณามาตรการ补贴หรือปรับโครงสร้างราคาใหม่เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
แนวโน้มราคาน้ำมันและคำแนะนำสำหรับนักลงทุน
ผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารใหญ่ๆ เช่น Goldman Sachs และ JPMorgan คาดว่าราคาน้ำมันเบรนต์อาจทะยานสู่ 120 ดอลลาร์ หากสถานการณ์ฮอร์มุซยืดเยื้อ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารจาก OPEC+ และการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด สำหรับประชาชนทั่วไป แนะนำวางแผนการใช้รถยนต์ให้ประหยัดน้ำมัน และพิจารณารถ EV เพื่อลดผลกระทบระยะยาว
สรุปแล้ว ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4% จากความเสี่ยง geopolitical ในฮอร์มุซนี้ เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาดพลังงาน ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมรับมือความผันผวน หากคุณเป็นนักลงทุน ติดตามอัปเดตข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดโอกาสและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 4% ตลาดหวั่นสหรัฐ-อิหร่าน ปะทะกันในฮอร์มุซ