ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังกองทัพสหรัฐโจมตี-ยึดเรือสินค้าอิหร่าน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังกองทัพสหรัฐโจมตี-ยึดเรือสินค้าอิหร่าน สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดพลังงานทั่วโลกไปเลยนะครับ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่าทำไมราคาน้ำมันถึงพุ่งสูงขนาดนี้ และจะกระทบชีวิตเรายังไงบ้าง
ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังกองทัพสหรัฐโจมตี-ยึดเรือสินค้าอิหร่าน
จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศจากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 20 เมษายน สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า West Texas Intermediate (WTI) ซึ่งเป็นราคามาตรฐานในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นถึง 7.5% มาอยู่ที่ 90.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,890.85 บาทไทยเลยทีเดียว ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ มาตรฐานโลก ก็ปรับตัวสูงขึ้น 6.5% มาที่ 96.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 3,086.42 บาท
สาเหตุหลักที่ทำให้ ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง มาจากเหตุการณ์ตึงเครียดในอ่าวโอมาน เรือพิฆาตสหรัฐ “สปรูแอนซ์” ยิงโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “ทูสกา” ของอิหร่าน ก่อนที่นาวิกโยธินจะบุกยึดเรือลำนี้ สหรัฐกล่าวหาว่าเรืออิหร่านพยายามฝ่าแนวปิดล้อมในพื้นที่นั้น ขณะที่กองทัพอิหร่านประกาศว่าจะแก้แค้นแน่นอน
ผลกระทบจากมาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อมีการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก แนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านรอบสองดูจะห่างไกลมากขึ้น โดยเฉพาะหลังครบกำหนดหยุดยิง 14 วันในวันที่ 22 เมษายน นักวิเคราะห์คาดว่านี่อาจนำไปสู่การปะทะรบเต็มรูปแบบ ทำให้ตลาดน้ำมันหวาดกลัวและราคาพุ่งสูง
ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันดิบที่พุ่ง แต่ยังกระทบราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยด้วยครับ เช่น เบนซิน โซฮอล์ ดีเซล ทุกคนคงเห็นว่าราคาที่ปั๊มปรับขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ค่าครองชีพของเราสูงขึ้น โดยเฉพาะคนขับรถ ขนส่งสินค้า
- WTI พุ่ง 7.5% เป็น 90.17 USD/บาร์เรล
- เบรนต์ขึ้น 6.5% เป็น 96.27 USD/บาร์เรล
- ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อม สร้างความเสี่ยงอุปทาน
- อิหร่านขู่แก้แค้น หลังเรือถูกยึด
นอกจากนี้ ความตึงเครียดนี้ยังทำให้ OPEC+ ต้องเร่งหารือปรับกำลังการผลิต เพื่อควบคุมราคาไม่ให้พุ่งเกินควบคุม แต่ด้วยปัจจัย geopolitics แบบนี้ คงยากที่จะคาดเดาได้แม่นยำ 100%
ไทยควรรับมือราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงอย่างไร
สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันกว่า 80% เราควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร? แนะนำให้รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมัน стабилизироватьราคาให้มากขึ้น ประชาชนอย่างเราก็ควรหันมาใช้รถ EV หรือประหยัดน้ำมัน เช่น ขับช้าๆ ตรวจสภาพรถ定期 หรือใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น
มองในแง่บวก ความพุ่งของราคาน้ำมันอาจกระตุ้นการลงทุนพลังงานทดแทนในไทย เช่น โซลาร์ ลม หรือไฮโดรเจน ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันต่างประเทศในระยะยาว
สรุปแล้ว ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังกองทัพสหรัฐโจมตี-ยึดเรือสินค้าอิหร่าน เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ลองติดตามสถานการณ์ต่อไป และปรับตัวให้ทันนะครับ หากมีข่าวอัปเดตจะมารายงานให้ทราบ
คุณคิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งต่อหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!
ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังกองทัพสหรัฐโจมตี-ยึดเรือสินค้าอิหร่าน