ราชเลขานุการลงพื้นที่ติดตามห้วยหุบกะพง-ห้วยทรายใต้
การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องเผชิญทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมสลับกันในแต่ละปี ล่าสุด ราชเลขานุการลงพื้นที่ติดตามห้วยหุบกะพง-ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามพระบรมราโชบาย และเร่งรัดการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง อาทิ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบาย ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมชลประทาน และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วมประชุมติดตามงานและรับฟังรายงานจากหน่วยงานในพื้นที่
ราชเลขานุการลงพื้นที่ติดตามห้วยหุบกะพง-ห้วยทรายใต้
ภายในที่ประชุม จังหวัดเพชรบุรีรายงานถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมุ่งน้อมนำพระบรมราโชบายมาปฏิบัติ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน การทำงานไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มปริมาณน้ำเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับระบบส่งน้ำ การควบคุม การติดตามสถานการณ์ และการดูแลพื้นที่โดยรอบแหล่งน้ำในระยะยาว
ความคืบหน้าโครงการแหล่งน้ำในเพชรบุรี
สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ การก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่มีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 85 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่จะช่วยกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และนำมาใช้ประโยชน์ในช่วงที่เกิดภัยแล้ง นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อดำเนินการเดินสายไฟใต้ดินรอบอ่างเก็บน้ำ รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับศูนย์อำนวยการควบคุมระบบกล้อง CCTV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและบริหารจัดการแหล่งน้ำ
ส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้มีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 43 ขณะนี้มีการผันน้ำจากลำห้วยใหญ่มายังอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมอยู่ที่ประมาณ 50,000 ลูกบาศก์เมตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการประสานแผนจ่ายน้ำบาดาล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในเดือนธันวาคม 2569
- โครงการแก้มลิงลำห้วยใหญ่คืบหน้าประมาณร้อยละ 85
- โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้คืบหน้าประมาณร้อยละ 43
- มีการผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง
- เตรียมระบบไฟฟ้าใต้ดินและศูนย์ควบคุมกล้อง CCTV
- คาดว่าโครงการทั้งสองแห่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
การกำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 จะช่วยให้ประชาชนเห็นภาพการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกัน การติดตามอย่างใกล้ชิดจากส่วนกลางและจังหวัดก็มีส่วนช่วยลดอุปสรรคระหว่างการก่อสร้าง ทั้งเรื่องการประสานงานด้านไฟฟ้า การวางระบบควบคุม และการจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของชุมชน
นอกจากการติดตามงานด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ราชเลขานุการลงพื้นที่ติดตามห้วยหุบกะพง-ห้วยทรายใต้ ยังร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ข้าราชการ จิตอาสา และประชาชนกว่า 800 คน ปลูกต้นกระดุมทองจำนวน 7,000 ต้นบริเวณโดยรอบอ่างเก็บน้ำแก้มลิงลำห้วยใหญ่ กิจกรรมดังกล่าวช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสมกับการเป็นแหล่งน้ำของชุมชน
การปลูกต้นไม้รอบแหล่งน้ำยังสะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่มองภาพรวม ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะการก่อสร้างอ่างหรือระบบส่งน้ำ แต่คำนึงถึงระบบนิเวศ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประชาชนควบคู่กัน เมื่อแหล่งน้ำมีสภาพแวดล้อมที่ดี ชุมชนก็มีโอกาสใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยมากขึ้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับประชาชน
- เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร
- ช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งในช่วงฝนทิ้งช่วง
- เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงฝนตกหนัก
- สนับสนุนการทำงานร่วมกันของหน่วยงานและชุมชน
- ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวและสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่
ภาพรวมของการดำเนินงานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำจำเป็นต้องอาศัยทั้งการวางแผนระยะยาว การติดตามงานอย่างต่อเนื่อง และการมีส่วนร่วมของประชาชน ราชเลขานุการลงพื้นที่ติดตามห้วยหุบกะพง-ห้วยทรายใต้ จึงไม่ใช่เพียงการรับทราบความคืบหน้า แต่เป็นการผลักดันให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้แหล่งน้ำสามารถตอบโจทย์ชุมชนได้จริง
หากโครงการดำเนินไปตามแผน ประชาชนในพื้นที่จะมีความมั่นคงด้านน้ำมากขึ้น และสามารถวางแผนการดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ นี่คือแนวทางพัฒนาที่ควรติดตามต่อไป เพราะความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากตัวเลขความคืบหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างยั่งยืน
ที่มา – ราชเลขานุการในพระองค์ ลงพื้นที่ติดตาม “ห้วยหุบกะพง-ห้วยทรายใต้” เร่งรัดแก้ปัญหาน้ำ


