ร้อง CIB สอบไตรรัตน์ ปมบอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง

ร้อง CIB สอบไตรรัตน์ ปมบอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงนโยบายสื่อสารและกิจการโทรคมนาคม หลังเครือข่ายภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. โดยเฉพาะกรณีการจัดประชุมคณะกรรมการ กสทช. ที่ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ และล่มติดต่อกันถึง 11 ครั้ง

เหตุการณ์ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับสถานะของคณะกรรมการ กสทช. ภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยที่ 1/2569 และศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 952/2569 ซึ่งผู้ร้องมองว่าเป็นกรอบสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการ กสทช. เหลือกรรมการที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้จำนวน 6 คน การประชุมของบอร์ดจึงถูกจับตามองว่า จำเป็นต้องปรับรูปแบบเพื่อให้การกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมเดินหน้าต่อไปได้

ร้อง CIB สอบไตรรัตน์ ปมบอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง

นายแสงตะวัน ทับทุ่ง ทนายความ พร้อมเครือข่ายภาคประชาชน เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ CIB เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า การดำเนินการของนายไตรรัตน์เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ และคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ ประเด็นหลักไม่ได้อยู่เพียงเรื่องการประชุมล่มเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความรับผิดชอบของสำนักงาน กสทช. ในการทำให้กรรมการที่เหลือสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้ร้องระบุว่า เมื่อมีการรับทราบมติของคณะกรรมการสรรหาแล้ว สำนักงาน กสทช. ควรพิจารณาจัดประชุมในรูปแบบที่สอดคล้องกับสถานะของกรรมการที่เหลือ 6 คน เพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานขององค์กรหยุดชะงัก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการ และการกำกับดูแลสื่อในภาพรวม

ประเด็นสำคัญที่ CIB ต้องตรวจสอบ

หนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญคือการตรวจสอบเจตนาและขั้นตอนการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้อง ว่ามีเหตุผลทางกฎหมายหรือข้อจำกัดใดที่ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมกรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คนได้หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือการดำเนินการที่ส่งผลให้ภารกิจขององค์กรเกิดความล่าช้าหรือเปล่า

  • ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.
  • ตรวจสอบการจัดประชุมภายหลังมีคำวินิจฉัยและคำสั่งศาล
  • พิจารณาผลกระทบจากการที่กรรมการ 6 คนไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่
  • รวบรวมเอกสาร หนังสือร้องเรียน และหลักฐานการประชุมที่ไม่สามารถดำเนินต่อได้
  • ตรวจสอบว่ามีผู้ใดได้รับความเสียหายจากการที่วาระค้างพิจารณาหรือไม่

ก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เพื่อขอให้สำนักงานจัดประชุมกรรมการที่เหลือ 6 คน โดยอ้างอิงแนวทางจากคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 อย่างไรก็ตาม การประชุมยังไม่สามารถคลี่คลายได้ และล่าสุดเกิดการประชุมล่มเป็นครั้งที่ 11 ติดต่อกัน

ผลกระทบจากบอร์ด กสทช. ไม่สามารถประชุม

การประชุมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบในหลายระดับ เนื่องจาก กสทช. มีหน้าที่พิจารณาเรื่องสำคัญในกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม หากวาระต่าง ๆ ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างทันท่วงที ผู้บริโภคอาจต้องรอการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพบริการ ค่าบริการ การคุ้มครองสิทธิ หรือข้อร้องเรียนจากผู้ให้บริการเป็นเวลานานขึ้น

ข้อมูลจากฝ่ายผู้ร้องระบุว่า ขณะนี้มีวาระค้างพิจารณาสูงถึง 193 วาระ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนของปัญหา วาระเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับนโยบาย การอนุญาต การกำกับดูแลการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรด้านการสื่อสาร หากไม่มีผู้มีอำนาจพิจารณาและมีมติอย่างเป็นทางการ ก็อาจทำให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจขาดความชัดเจน

นอกจากนี้ ความขัดแย้งภายในองค์กรยังอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม เพราะ กสทช. เป็นหน่วยงานอิสระที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน ตั้งแต่การใช้โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต การรับชมโทรทัศน์ ไปจนถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ประชาชนจึงต้องการเห็นกระบวนการทำงานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และสามารถตรวจสอบได้

ทำไมการประชุม 6 กรรมการจึงมีความสำคัญ

การเปิดทางให้กรรมการ กสทช. ที่เหลือ 6 คนทำหน้าที่ เป็นประเด็นที่ผู้ร้องมองว่าจะช่วยลดสุญญากาศในการบริหารงาน หากองค์กรยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินการต่อ การประชุมอย่างถูกต้องตามกฎหมายย่อมช่วยให้วาระสำคัญได้รับการพิจารณา และทำให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกขั้นตอนจำเป็นต้องอาศัยการตีความกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อสาธารณะ พร้อมชี้แจงเหตุผลของการจัดหรือไม่จัดประชุม เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเกิดข้อสงสัยว่าความล่าช้าเกิดจากข้อจำกัดทางกฎหมาย หรือเกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองและการบริหาร

สำหรับกรณี ร้อง CIB สอบไตรรัตน์ ปมบอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง ขั้นตอนต่อจากนี้อยู่ที่การรับเรื่อง การรวบรวมพยานหลักฐาน และการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจะมีมูลเพียงพอให้ดำเนินการต่อหรือไม่ การร้องเรียนไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดแล้ว แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่

ในมุมของประชาชน สิ่งที่ควรติดตามคือความชัดเจนของสถานะกรรมการทั้ง 6 คน แนวทางการจัดประชุมครั้งต่อไป และการเร่งสะสางวาระค้าง 193 เรื่อง การแก้ปัญหาควรยึดประโยชน์ของผู้บริโภคและความต่อเนื่องของบริการสาธารณะเป็นหลัก พร้อมคำนึงถึงหลักนิติธรรมและความโปร่งใส

ท้ายที่สุดแล้ว ร้อง CIB สอบไตรรัตน์ ปมบอร์ด กสทช. ล่ม 11 ครั้ง จะนำไปสู่การตรวจสอบที่ชัดเจนเพียงใด ยังต้องรอผลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณสำคัญว่า กสทช. จำเป็นต้องเร่งหาทางออกที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งภายในส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนและการกำกับดูแลกิจการสื่อสารในระยะยาว

ที่มา – ร้อง CIB สอบ “ไตรรัตน์” ปมไม่เปิดทางบอร์ด กสทช. 6 คนทำหน้าที่ หลังประชุมล่ม 11 ครั้งติด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *