ลดโทษปรับเงินฟุตซอลลีกแฟนตะลุมบอน
บทลงโทษจากเกมฟุตซอลไทยลีกคู่เดือดระหว่าง ห้องเย็นท่าข้าม กับ การท่าเรือ เอเอสเอ็ม ได้ข้อสรุปแล้ว หลังเกิดเหตุวุ่นวายทั้งก่อนเริ่มการแข่งขันและหลังจบเกมที่สนามชัย อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 โดยคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีการประชุมเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ก่อนประกาศบทลงโทษของผู้เกี่ยวข้องแต่ละกรณี
ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือคณะกรรมการมีการ ลดโทษปรับเงินฟุตซอลลีกแฟนตะลุมบอน ในบางกรณี เนื่องจากเหตุการณ์ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่การแข่งขันฟุตบอลสมัครเล่น ทำให้จำนวนเงินที่ต้องชำระจริงลดลงจากบทลงโทษเดิม อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนปัญหาการควบคุมอารมณ์ของกองเชียร์และมาตรการรักษาความปลอดภัยในการแข่งขันกีฬาอย่างชัดเจน
ลดโทษปรับเงินฟุตซอลลีกแฟนตะลุมบอน
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน เมื่อกองเชียร์การท่าเรือจุดพลุบริเวณลานจอดรถ การกระทำดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่อาจสร้างความไม่ปลอดภัยให้กับผู้ชม นักกีฬา และเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน เดิมทีคณะกรรมการมีมติปรับกองเชียร์การท่าเรือเป็นเงิน 30,000 บาท แต่เมื่อพิจารณาว่าเหตุเกิดขึ้นภายในการแข่งขันฟุตบอลสมัครเล่น จึงมีการลดโทษเหลือหนึ่งในสาม คิดเป็นเงิน 10,000 บาท
รายละเอียดการลดโทษปรับเงินฟุตซอลลีกแฟนตะลุมบอน
- กรณีจุดพลุ: กองเชียร์การท่าเรือถูกปรับจาก 30,000 บาท เหลือ 10,000 บาท
- กรณีขว้างปาสิ่งของ: สโมสรทั้งสองฝ่ายถูกปรับฝ่ายละ 20,000 บาท
- กรณีทำร้ายร่างกาย: กองเชียร์ห้องเย็นท่าข้ามถูกปรับ 50,000 บาท และได้รับการลดโทษเหลือ 16,666 บาท
- กรณีผู้จัดการทีม: นายสามารถ อยู่ศิริ ถูกแบน 1 นัด และปรับ 5,000 บาท
- กรณีเจ้าบ้านควบคุมเหตุการณ์ไม่ได้: ห้องเย็นท่าข้ามถูกปรับเพิ่ม 10,000 บาท
เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นหลังจบการแข่งขัน เมื่อกองเชียร์ของทั้งสองทีมขว้างปาสิ่งของใส่กันเป็นจำนวนมากบริเวณอัฒจันทร์ เหตุการณ์บานปลายจนเกิดความชุลมุนและทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าระงับเหตุ คณะกรรมการลงโทษปรับสโมสรทั้งสองแห่งฝ่ายละ 20,000 บาท เนื่องจากเห็นว่ากองเชียร์ของแต่ละฝ่ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
กรณีที่สามถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุด โดยชายสวมเสื้อสีแดงซึ่งเป็นกองเชียร์ของห้องเย็นท่าข้ามลงไปในสนามแข่งขัน ก่อนเข้าไปชกใบหน้ากองเชียร์การท่าเรือที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือน คณะกรรมการจึงลงโทษกองเชียร์ห้องเย็นท่าข้ามเป็นเงิน 50,000 บาท แต่มีการลดโทษเหลือ 16,666 บาทตามหลักเกณฑ์ที่พิจารณาจากลักษณะของรายการแข่งขัน
สำหรับเหตุการณ์ที่สี่ เกิดขึ้นระหว่างที่นายสามารถ อยู่ศิริ ผู้จัดการทีมห้องเย็นท่าข้าม พยายามเข้าไปห้ามเหตุชุลมุน แต่กลับถูกกองเชียร์การท่าเรือขว้างขวดน้ำใส่บริเวณศีรษะ หลังจากนั้นนายสามารถเดินไปชูนิ้วกลางใส่กองเชียร์รายดังกล่าว แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดัน แต่การแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมยังถือเป็นการละเมิดระเบียบ จึงถูกลงโทษแบนห้ามทำหน้าที่ 1 นัด พร้อมปรับเงิน 5,000 บาท
นอกจากบทลงโทษรายบุคคลและบทลงโทษกองเชียร์แล้ว ห้องเย็นท่าข้ามยังถูกพิจารณาในฐานะทีมเหย้า เนื่องจากไม่สามารถป้องกันหรือระงับเหตุวุ่นวายได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการจึงสั่งปรับสโมสรเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท หน้าที่ของทีมเจ้าบ้านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดสนามให้พร้อมแข่งขันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลความปลอดภัยและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตลอดช่วงการแข่งขันด้วย
สรุปยอดปรับเงินของทั้งสองสโมสร
เมื่อรวมบทลงโทษทั้งหมด ทั้งสองสโมสรต้องรับผิดชอบค่าปรับรวม 81,666 บาท โดยห้องเย็นท่าข้ามถูกปรับรวม 51,666 บาท ส่วนการท่าเรือถูกปรับรวม 30,000 บาท ตัวเลขดังกล่าวมาจากบทลงโทษหลายส่วน ทั้งความผิดของกองเชียร์ เหตุขว้างปาสิ่งของ เหตุทำร้ายร่างกาย ความประพฤติของผู้จัดการทีม และความบกพร่องของทีมเจ้าบ้านในการควบคุมสถานการณ์
- ห้องเย็นท่าข้าม: รวมค่าปรับ 51,666 บาท
- การท่าเรือ เอเอสเอ็ม: รวมค่าปรับ 30,000 บาท
- ยอดรวมทั้งสองสโมสร: 81,666 บาท
บทลงโทษครั้งนี้เป็นสัญญาณสำคัญว่าการแข่งขันฟุตซอลไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะผลการแข่งขันในสนามเท่านั้น พฤติกรรมของกองเชียร์และการบริหารจัดการของสโมสรต่างมีผลต่อภาพรวมของลีก หากเกิดเหตุรุนแรงซ้ำ อาจนำไปสู่บทลงโทษที่หนักขึ้น เช่น การให้แข่งขันแบบไม่มีผู้ชม การห้ามใช้สนาม หรือการตัดคะแนน ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อสโมสรโดยตรง
สำหรับแฟนฟุตซอล การเชียร์อย่างสนุกสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงหรือขว้างปาสิ่งของใส่ฝ่ายตรงข้าม สโมสรเองก็ควรเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จัดโซนกองเชียร์ให้ชัดเจน และมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่รัดกุมมากขึ้น การ ลดโทษปรับเงินฟุตซอลลีกแฟนตะลุมบอน ครั้งนี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบทางการเงิน แต่ไม่ควรทำให้ทุกฝ่ายมองข้ามความสำคัญของการป้องกันเหตุในอนาคต
มุมมองที่น่าจับตาคือ บทลงโทษจะมีความหมายก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายนำไปปรับปรุงการทำงานจริง ทั้งสโมสร กองเชียร์ นักกีฬา และผู้จัดการแข่งขันควรร่วมกันสร้างบรรยากาศการชมกีฬาให้ปลอดภัย เพราะชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่แค่การคว้าสามแต้ม แต่คือการทำให้ทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยและภาคภูมิใจในทีมของตัวเอง
ที่มา – ลดโทษให้แล้วนะ! ปรับเงินเกมเดือดฟุตซอลลีกแฟนตะลุมบอน เกือบแสนบาท
