ลืมง่าย ลืมบ่อย เช็ก 8 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
อาการหลงลืมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะในช่วงที่พักผ่อนน้อย มีความเครียด หรือมีเรื่องให้ต้องคิดหลายอย่างพร้อมกัน แต่หากเริ่มลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หรือทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้เป็นประจำไม่ได้ อาจเป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจมากกว่าการหลงลืมทั่วไป บทความนี้ชวนมาสังเกต ลืมง่าย ลืมบ่อย เช็ก 8 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้รู้เท่าทันและเข้ารับการประเมินอย่างเหมาะสม
วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็นวันอัลไซเมอร์โลก โรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้มากขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม อาการความจำลดลงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์เสมอไป เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่รักษาได้ เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ การขาดวิตามิน ความผิดปกติของเกลือแร่ โรคตับ โรคไต การติดเชื้อ ผลข้างเคียงจากยา หรือภาวะซึมเศร้า
ลืมง่าย ลืมบ่อย เช็ก 8 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ภาวะสมองเสื่อมเป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มอาการซึ่งความสามารถด้านความจำ การคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ หรือการทำกิจวัตรประจำวันลดลงจนกระทบต่อชีวิต ส่วนโรคอัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย การแยกความแตกต่างระหว่างสองคำนี้ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวไม่รีบสรุปสาเหตุด้วยตัวเอง และเปิดโอกาสให้แพทย์ตรวจหาปัจจัยที่อาจแก้ไขหรือรักษาได้
ลืมง่าย ลืมบ่อย เช็ก 8 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
หากตัวเราเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการต่อไปนี้อย่างต่อเนื่อง ควรจดบันทึกความถี่และผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม
- ถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ หรือจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ แม้มีคนตอบไปแล้วไม่นาน
- ทำของหายบ่อย หรือนำสิ่งของไปวางไว้ในสถานที่ไม่เหมาะสม เช่น วางกุญแจไว้ในตู้เย็น และนึกขั้นตอนการค้นหาไม่ออก
- หลงทางหรือสับสนในสถานที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงไม่แน่ใจว่าจะกลับบ้านหรือไปยังสถานที่เดิมได้อย่างไร
- เรียกชื่อคนหรือสิ่งของไม่ถูกต้อง ใช้คำไม่ตรงความหมาย หรืออธิบายสิ่งที่ต้องการพูดได้ยากขึ้น
- สับสนเรื่องวัน เวลา หรือสถานที่ ไม่แน่ใจว่าวันนี้เป็นวันอะไร อยู่ที่ไหน หรือเดินทางมาอย่างไร
- ความสามารถในการตัดสินใจลดลง เช่น จัดการเงินไม่เหมาะสม เชื่อคนง่าย หรือเลือกเสื้อผ้าและอาหารไม่สอดคล้องกับสถานการณ์
- ทำกิจวัตรประจำวันได้ยากขึ้น เช่น ทำอาหาร ใช้อุปกรณ์ จัดยา ขับรถ หรือทำงานที่เคยทำเป็นประจำไม่ได้ตามเดิม
- อารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เช่น หงุดหงิด สับสน หวาดระแวง เฉยเมย เก็บตัว หรือมีอาการซึมเศร้าโดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเป็นภาวะสมองเสื่อม สิ่งสำคัญคือดูว่าอาการเกิดบ่อยขึ้นหรือไม่ รุนแรงขึ้นหรือไม่ และส่งผลต่อการใช้ชีวิต ความปลอดภัย การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัวมากเพียงใด หากมีอาการหลงทางจนกลับบ้านไม่ได้ ลืมรับประทานยา จัดการเงินผิดพลาด หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ควรขอคำแนะนำจากแพทย์โดยเร็ว
ปัจจัยเสี่ยงที่ควรดูแลตั้งแต่วันนี้
โรคอัลไซเมอร์มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ทั้งปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น อายุและพันธุกรรม รวมถึงปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การสูญเสียการได้ยิน ภาวะซึมเศร้า การแยกตัวจากสังคม และการไม่ค่อยมีกิจกรรมทางกาย การดูแลสุขภาพตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจึงมีประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าสู่วัยสูงอายุแล้วค่อยเริ่มดูแลสมอง
แนวทางดูแลสมองเริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักและระดับความดันโลหิต งดบุหรี่ ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนอนหลับให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรทำกิจกรรมที่กระตุ้นการคิดและการเรียนรู้ เช่น อ่านหนังสือ ฝึกทักษะใหม่ เล่นดนตรี ทำงานฝีมือ หรือเล่นเกมที่เหมาะสม การพบปะผู้คนและรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวยังช่วยลดการแยกตัว และทำให้มีโอกาสสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพได้เร็วขึ้น
เมื่อไรควรพบแพทย์
ควรเข้ารับการประเมินเมื่อความจำหรือความสามารถในการคิดเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือมีคนใกล้ชิดสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แพทย์อาจสอบถามประวัติสุขภาพ ประเมินความจำและการทำงานของสมอง ตรวจร่างกาย รวมถึงพิจารณาตรวจเลือดหรือการตรวจอื่นตามความเหมาะสม การพาสมาชิกครอบครัวไปด้วยจะช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและอาการที่เกิดขึ้นมีความครบถ้วนมากขึ้น
หากพบว่าเกิดจากสาเหตุที่รักษาได้ แพทย์จะมุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุ สำหรับโรคอัลไซเมอร์ การดูแลอาจประกอบด้วยยา การปรับวิถีชีวิต การจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย และการวางแผนดูแลร่วมกับครอบครัว เป้าหมายคือช่วยชะลอการเสื่อมของความสามารถในการใช้ชีวิตและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล
สรุป: อย่ามองข้ามสัญญาณความจำที่เปลี่ยนไป และอย่ารีบวินิจฉัยตัวเองว่าเป็นอัลไซเมอร์ การสังเกตอาการอย่างเป็นระบบและพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้ค้นหาสาเหตุ วางแผนดูแล และเตรียมความพร้อมได้ดีขึ้น หากพบคนใกล้ตัวมีอาการ ลืมง่าย ลืมบ่อย เช็ก 8 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ลองพูดคุยด้วยความเข้าใจ จดบันทึกอาการ และชวนไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ตำหนิหรือทำให้รู้สึกอาย
เริ่มดูแลสมองได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยการนอนให้พอ ขยับร่างกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ พบปะผู้คน และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม เพราะการรู้เร็วและดูแลเร็ว ย่อมช่วยให้วางแผนชีวิตได้มั่นใจยิ่งขึ้น