ลุกลามแล้ว! อดีตแข้งทีมชาติ ‘เปิดวอร์’ หลัง ‘โจ้ 5 หลา’ โพสต์เดือด
การแข่งขันฟุตบอลชายซีเกมส์ 2025 รอบชิงชนะเลิศ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงฟุตบอลไทย หลังจากทีมชาติไทยพ่ายให้กับเวียดนามในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-3 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่สิ้นสุดลงด้วยความผิดหวังของแฟนบอลชาวไทยเท่านั้น แต่ยังตามมาด้วยดราม่าในโลกโซเชียลที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว
ลุกลามแล้ว! อดีตแข้งทีมชาติ ‘เปิดวอร์’ หลัง ‘โจ้ 5 หลา’ โพสต์เดือด
จุดเริ่มต้นของดราม่าครั้งนี้เกิดจาก “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ที่ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การบริหารทีมของโค้ชในเกมดังกล่าว ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง โดยระบุว่า “ขออนุญาตพูดในการที่เป็นโค้ชเหมือนกันกับโค้ชหลายๆคนที่เขาไม่ได้รับโอกาสแบบนั้น “โคตรโง่!!” ข้อความนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาอดีตนักฟุตบอลรุ่นพี่หลายคนในวงการ
เสียงตอบโต้จากอดีตขุนพลทีมชาติ
หนึ่งในนั้นคือ “น้าชู” ชูเกียรติ หนูสลุง กองหลังในตำนานของทีมชาติไทย ที่ได้ตอบโต้กลับด้วยข้อความสั้นๆ แต่แสบสันต์ว่า “คุณเก่งคนเดียวมั้ง อวดฉลาดเกิน ติดไม่ถึง 50 ครั้ง ชม.บินน้อย อย่าเยอะ ยังจะอวดเก่ง ขอบอก” ซึ่งเป็นการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการวิจารณ์ของโจ้
ด้าน อิศวะ สิงห์ทอง อดีตกองกลางไดนาโม ก็ไม่น้อยหน้า ได้โพสต์ข้อความที่ดูจะหนักกว่า โดยระบุว่า “ลามปามพี่ง้วน แขวะพี่ตุ๊ก ด่าพี่วัง !!! โจ้ ห้าหลา…ฝากมีสติในการโพสต์ FB คุณอยู่ในวงการฟุตบอลไทย มีชื่อเสียงทุกๆ วันนี้ ก็จากนักเตะรุ่นพี่ เพื่อนๆ และน้องๆ ในนามทีมชาติไทย” ข้อความนี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสมในการด่าว่ารุ่นพี่และทีมงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยความผิดหวัง พร้อมตั้งคำถามว่า “ให้กำลังใจกันสิ จะไปด่ากันทำไม คุณก็ทีมชาติเก่านะ วิเคราะห์วิจารณ์ไปสิ ไม่ใช่ไปด่าเค้า ตอนคุณเล่นคุณก็ไม่ชอบให้คนด่านิ ให้เกียรติคนอื่นเค้าบ้าง เค้ารุ่นพี่คุณทั้งนั้น” ข้อความนี้สะท้อนถึงความคาดหวังว่าควรให้เกียรติและให้กำลังใจกันมากกว่าการด่าทอ
มุมมองเชิงบวกจากรุ่นพี่
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบโต้ด้วยความโกรธ ยังมีมุมมองที่พยายามให้กำลังใจและเข้าใจสถานการณ์ เช่น ประเสริฐ ช้างมูล อดีตนักเตะทีมชาติไทย ที่เคยยิงประตูตำนานดับจีนในเอเชียนเกมส์ ที่ปักกิ่ง ได้โพสต์ให้กำลังใจโค้ชวังด้วยข้อความว่า “เต็มที่แล้ว ไอ้น้องรัก เวียดนามเขาเตรียมทีมมาดีกว่าเรา ต้องยอมเขา…” ซึ่งเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้และให้กำลังใจทีมงาน
ดราม่าครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกและความคิดเห็นที่หลากหลายในวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียสามารถเผยแพร่ความคิดเห็นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบางครั้งความคิดเห็นเหล่านั้นอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและภาพลักษณ์ของแต่ละคนในสังคม
บทเรียนจากดราม่า
จากเหตุการณ์นี้ เราควรได้รับบทเรียนว่าการวิพากษ์วิจารณ์ควรกระทำด้วยความเคารพและให้เกียรติ ไม่ใช่การด่าว่าหรือการโจมตีส่วนตัว แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันก็ตาม ทุกคนควรมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น แต่ควรทำด้วยความมีสติและรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง
นอกจากนี้ ยังเป็นการเตือนใจว่าการสื่อสารในยุคดิจิทัลควรระมัดระวัง เพราะข้อความที่โพสต์ออกไปอาจถูกแชร์และแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว จนอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตนเองและผู้อื่น
สุดท้ายนี้ แม้การแข่งขันจะสิ้นสุดลงด้วยความผิดหวัง แต่เราก็ควรจะสามารถเรียนรู้และเติบโตจากเหตุการณ์นี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงทีม การพัฒนาตนเอง หรือการสื่อสารที่ดีขึ้น





