ลุกแล้วบ้านหมุนอันตรายกว่าที่คิด! ความจริงเกี่ยวกับโรคหินปูนในหูหลุดและน้ำในหูไม่เท่ากัน
ลุกแล้วบ้านหมุนอันตรายกว่าที่คิด! เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการเวียนหัวหรือบ้านหมุนจนไม่สามารถลุกหรือขยับหัวได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อเอนตัวหรือเปลี่ยนท่าเร็ว ๆ แล้วรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนรอบตัว
ความจริงของสองโรคนี้ที่หลายคนอาจไม่รู้
แต่คุณรู้ไหมว่าอาการเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากการที่ ‘น้ำในหูไม่เท่ากัน’ เพียงอย่างเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ อาจเป็นผลมาจากสองโรคที่คุณหมอเจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ชี้แจงไว้ผ่านแฟนเพจ ‘หมอเจด’ ซึ่งเป็นเรื่องของระบบทรงตัวในหูชั้นในที่ทำงานผิดปกติ
ลุกแล้วบ้านหมุน สาเหตุจริงมาจากที่ไหน?
คุณหมอได้อธิบายว่าอาการลุกแล้วบ้านหมุนอาจมาจากสองสาเหตุหลัก คือ
- ภาวะหินปูนในหูหลุด (BPPV) เกิดจากเม็ดแคลเซียมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Otoconia หลุดเข้าไปในท่อกึ่งวงกลม (Semicircular canal) ทำให้สมองรับสัญญาณการทรงตัวผิดปกติ
- โรคเมเนียร์ (Meniere’s Disease) หรือที่บางคนเรียกว่า ‘น้ำในหูไม่เท่ากัน’ เกิดจากการสะสมของน้ำในหูชั้นในมากเกินไป ส่งผลให้เกิดแรงดันผิดปกติ
แม้อาการจะคล้ายกันมาก แต่การรักษากลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นการวินิจฉัยถูกต้องคือกุญแจสำคัญของอาการเวียนหัวที่หายขาด
บ้านหมุนแต่ลุกแล้วไม่แน่ใจ? ต้องรีบไปพบแพทย์เมื่อไหร่?
หลายคนอาจคิดว่าอาการนี้คงแค่เวียนหัวธรรมดา แต่หากมีอาการเวียนหัวร่วมกับ
• ปากเบี้ยว
• พูดไม่ชัด
• แขนขาอ่อนแรง
ควรรีบไปหาหมอทันที เพราะอาจมีสัญญาณของโรคสโตรกหรือหลอดเลือดสมอง
ลุกแล้วบ้านหมุน แบบไม่มีอาการอื่นร่วม อาจเกิดจาก BPPV หรือโรคเมเนียร์ก็จริง แต่หากเป็นอาการรุนแรงแบบเฉียบพลัน เช่น เวียนหัวแบบฉับพลัน หูอื้อข้างเดียวจนการได้ยินลดลง หรือมีอาการปวดหูร่วมด้วย ก็ควรรีบไปพบแพทย์เช่นกัน
ลุกแล้วบ้านหมุน – ป้องกันอย่างไร?
ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคหินปูนในหูหลุดหรือน้ำในหูไม่เท่ากัน
ก็สามารถลดความเสี่ยงด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น
- ลดอาหารเค็ม คาเฟอีน และแอลกอฮอล์
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการนอนน้อยหรือความเครียด
- ฝึกขยับร่างกายและออกกำลังกายการทรงตัวบ้าง
อาการที่เรียกว่า ลุกแล้วบ้านหมุน อาจดูเหมือนไม่มากมาย แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ตรวจหาสาเหตุ อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย
ต้องทำอย่างไรเมื่อเป็นแล้ว?
สำหรับภาวะ BPPV คุณหมอเน้นว่าส่วนใหญ่รักษาได้ด้วยท่า Epley maneuver เช่น การเปลี่ยนท่าทางศีรษะเพื่อจัดระเบียบเม็ดหินปูนให้กลับไปที่เดิม ส่วนคนที่เป็นโรคเมเนียร์ต้องควบคุมอาหารและรับประทานยา
อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้กินยาคลายเวียนหัวเองเอง โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะอาจบังคับอาการของโรคอื่นไว้ โดยไม่ได้รักษาต้นเหตุจริง ๆ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าลืมว่าอาการลุกแล้วบ้านหมุนอาจไม่ได้เกี่ยวกับแค่หูเท่านั้น บางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณอันตรายของร่างกายที่คุณอาจมองข้าม
ถ้าคุณมีอาการแบบนี้เป็นประจำหรือรู้สึกว่าอาการเพิ่งเริ่มรุนแรง ควรตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลโดยตรง เพื่อหาสาเหตุและดูแลอย่างถูกวิธี เพราะสุขภาพไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และ ‘ลุกแล้วบ้านหมุนอันตรายกว่าที่คิด’ จริง ๆ
ที่มา – ลุกแล้วบ้านหมุนอันตรายกว่าที่คิด! หมอเผยความจริง 2 โรคดัง เตือนอาการแบบไหนอาจเป็นสัญญาณสโตรก