ลุงโยธิน อดีตนักแสดงบทพระตกอับ
เรื่องราวของ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงบทพระตกอับ กำลังได้รับความสนใจจากสังคม หลังอดีตนักแสดงสมทบวัย 73 ปี เดินทางไปขอความช่วยเหลือที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพราะไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ไม่มีรายได้จากงานแสดง และต้องใช้ชีวิตแบบค่ำไหนนอนนั่น แม้ชีวิตจะเผชิญทั้งโรคประจำตัวและความยากลำบาก แต่ลุงโยธินยังยืนยันว่าอยากทำงานเพื่อแลกข้าวและน้ำประทังชีวิต
ลุงโยธิน อดีตนักแสดงบทพระตกอับ หลังไร้งานและไร้ที่พัก
ลุงโยธิน หรือ นายโยธิน มาพบพันธ์ อายุ 73 ปี เป็นอดีตนักแสดงสมทบที่เคยมีผลงานในวงการบันเทิงยาวนานประมาณ 20 ปี หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาจากบทบาทพระภิกษุในละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สมเด็จพระนเรศวร ภาค 2, ฤทัยบดี, หมอยาท่าโฉลง, ไอ้ไข่ และ เสาร์ 5 รวมถึงผลงานจากค่ายโทรทัศน์ต่าง ๆ
แม้จะเคยทำงานในวงการแสดงและสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม แต่ชีวิตในปัจจุบันกลับแตกต่างจากช่วงเวลาที่มีงานอย่างสิ้นเชิง ลุงโยธินไม่มีเงินเก็บมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นลูกจ้างรายวัน ได้ค่าตอบแทนตามจำนวนวันที่มีงาน เมื่อไม่มีงานแสดงเข้ามา รายได้จึงหายไปทันที เหลือเพียงเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าดูแลสุขภาพ
เส้นทางชีวิตของลุงโยธิน อดีตนักแสดงบทพระตกอับ
ก่อนหน้านี้ ลุงโยธินเคยตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยบวชเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 71 ปี ณ วัดเทพสรธรรมาราม จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 การบวชครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงที่ชีวิตกำลังเผชิญความไม่แน่นอน และเป็นความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบ อย่างไรก็ตาม หลังจากบวชได้ประมาณปีเศษ สุขภาพที่ไม่แข็งแรงทำให้ต้องลาสิกขาในเวลาต่อมา
ลุงโยธินเล่าว่า ตนมีอาการเส้นเลือดตีบตันและโรคความดัน อีกทั้งยังพูดได้ไม่ชัดเหมือนเดิม จึงทำให้การหางานเป็นเรื่องยากมากขึ้น แม้ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย แต่เจ้าตัวยังมีความมุ่งมั่นและพร้อมทำงานที่เหมาะสมกับกำลัง เช่น งานรักษาความปลอดภัย หรืองานทั่วไปที่ไม่ต้องใช้แรงหนักมาก
- เคยมีผลงานการแสดงต่อเนื่องประมาณ 20 ปี
- มีชื่อจากการรับบทพระภิกษุในละครและภาพยนตร์
- ปัจจุบันไม่มีที่พักอาศัยเป็นหลักแหล่ง
- มีโรคประจำตัวและต้องระมัดระวังเรื่องสุขภาพ
- มีรายได้หลักจากเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท
ตำรวจบางใหญ่เร่งประสานหน่วยงานช่วยเหลือ
หลังเดินทางมาจากลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ลุงโยธินตั้งใจไปขอความช่วยเหลือที่วัดสวนแก้ว โดยหวังว่าจะมีที่พักหรือมีงานให้ทำ แต่เมื่อไปถึงกลับได้รับแจ้งว่ายังไม่มีที่พักและงานที่เหมาะสม จึงเดินออกมาและพบตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ไปที่ตลาด BB บางใหญ่ พร้อมมอบเงิน 100 บาทให้ซื้ออาหาร หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ลุงโยธินไม่รู้ว่าจะเดินทางไปที่ใดต่อ จึงตัดสินใจไปยัง สภ.บางใหญ่ เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ
พ.ต.อ.สิรภพ อนุสิริ ผู้กำกับการ สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า สถานีตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเบื้องต้นจะช่วยให้ลุงโยธินมีข้าวรับประทาน มีสถานที่พักชั่วคราว ห้องน้ำ และพื้นที่สำหรับพักผ่อน พร้อมเตรียมประสานสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี เพื่อเข้ามาดูแลและประเมินความช่วยเหลือในระยะต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพยายามประเมินความสามารถและข้อจำกัดด้านสุขภาพของลุงโยธิน เพื่อดูว่างานประเภทใดเหมาะสมและปลอดภัย หากมีนายจ้างต้องการแรงงานที่สามารถทำงานเบาได้ ก็อาจเป็นช่องทางให้ลุงโยธินมีรายได้และกลับมาดูแลตัวเองได้มากขึ้น การช่วยเหลือจึงไม่ได้จำกัดเพียงการมอบอาหารหรือที่พักชั่วคราว แต่ควรเชื่อมต่อไปยังสวัสดิการผู้สูงอายุ การรักษาพยาบาล และการหางานที่เหมาะกับวัย
เสียงจากหัวใจของคนที่ยังอยากทำงาน
สิ่งที่สะท้อนใจจากเรื่องนี้คือ ลุงโยธินไม่ได้ต้องการเพียงเงินบริจาค แต่ยังอยากมีโอกาสทำงานด้วยตัวเอง เจ้าตัวบอกว่าหากมีคนติดต่อให้ทำงานก็พร้อมจะทำ แม้ปัจจุบันจะอายุมากและช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เหมือนเดิม แต่ใจยังสู้ และอยากทำงานแลกข้าวแลกน้ำเพื่อดำรงชีวิตต่อไป
ความตั้งใจดังกล่าวทำให้เห็นว่าผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังมีศักยภาพและศักดิ์ศรีในการพึ่งพาตนเอง เพียงแต่ต้องได้รับงานที่เหมาะสมกับสุขภาพและมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สังคมจึงควรช่วยกันเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยที่เคยทำงานมีโอกาสกลับมาใช้ประสบการณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นงานดูแลสถานที่ งานต้อนรับ งานช่วยงานกองถ่าย หรือกิจกรรมที่ไม่ต้องออกแรงมาก
บทเรียนจากเรื่องของลุงโยธิน
เรื่องของ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงบทพระตกอับ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความสำเร็จในอดีตไม่ได้รับประกันความมั่นคงในอนาคต โดยเฉพาะอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอนและไม่มีสวัสดิการระยะยาว เมื่ออายุมากขึ้นหรือเจ็บป่วย ผู้ที่เคยทำงานอยู่เบื้องหน้าอาจต้องเผชิญปัญหาที่คนทั่วไปไม่เคยเห็น
ในอีกมุมหนึ่ง เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนความสำคัญของระบบช่วยเหลือทางสังคม ทั้งครอบครัว ชุมชน หน่วยงานรัฐ วัด องค์กรเอกชน และแฟนคลับ ทุกฝ่ายสามารถมีส่วนช่วยกันได้ตามกำลัง ตั้งแต่การแจ้งเบาะแสเมื่อพบผู้สูงอายุไร้ที่พัก การพาไปพบแพทย์ การจัดหาอาหาร ไปจนถึงการช่วยหางานที่เหมาะสมและไม่เอาเปรียบ
สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ ควรตรวจสอบข้อมูลผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งต่อเงินหรือสิ่งของ เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงตัวลุงโยธินอย่างถูกต้องและปลอดภัย ที่สำคัญคือควรเคารพความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีของผู้รับความช่วยเหลือ ไม่เผยแพร่ภาพหรือข้อมูลส่วนตัวเกินความจำเป็น
แม้วันนี้ชีวิตของ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงบทพระตกอับ จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ความกล้าที่จะออกมาขอความช่วยเหลือและความตั้งใจที่จะทำงาน คือกำลังใจสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายจ้าง และผู้มีน้ำใจจะร่วมกันสร้างโอกาสที่เหมาะสม เพื่อให้ลุงโยธินมีที่พัก มีรายได้ และใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายอย่างมั่นคงมากขึ้น
เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวของอดีตนักแสดงคนหนึ่ง แต่เป็นเสียงสะท้อนให้สังคมหันกลับมามองผู้สูงอายุที่ยังอยากทำงาน หากใครมีงานเบา งานปลอดภัย หรือช่องทางช่วยเหลือที่เหมาะสม การยื่นมือในวันนี้อาจเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งให้มีความหวังและศักดิ์ศรีกลับคืนมาได้
ที่มา – ‘ลุงโยธิน’ อดีตนักแสดงบทพระ โรครุมตกอับ เร่ร่อนหางานแลกข้าวประทังชีวิต


