‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนู
ในช่วงเวลานี้ประเด็น‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนูกำลังเป็นที่สนใจของประชาชนชาวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยืดเยื้อมานาน รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร หรือที่เรียกกันติดปากว่า “นายกฯหนู” ได้กำหนดวาระนี้เป็นหนึ่งในนโยบายหลัก เพื่อแก้ไขข้อพิพาทและปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเด็ดขาด
‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนู: การประกาศจุดยืนร่วมกัน
ทั้งประเทศไทยและกัมพูชาได้ยืนยันจุดยืนในการยึดมั่นตามสาระสำคัญของการประกาศร่วมในการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการพรมแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 กัมพูชาหวังให้ไทยปฏิบัติตาม โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าข้อตกลงทั้งหมดจะไม่กระทบต่อพรมแดนและขอบเขตระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบมอบหมายให้คณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (JBC) ดำเนินการวัดและกำหนดเขตแดนโดยเร็วที่สุด สอดคล้องกับข้อตกลงที่มี เพื่อสร้างสันติภาพระยะยาวและให้ประชาชนชายแดนอยู่สงบสุข
ท่าทีฝ่ายไทยใน ‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนู
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยภายใต้การนำของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย หรือที่รู้จักในชื่อ “รมต.อ้วน” แสดงท่าทีไม่รีบร้อน แม้กัมพูชาจะส่งหนังสือเชิญประชุม JBC ระหว่าง 17-25 เมษายน ท่านได้ชี้แจงว่า ฝ่ายไทยต้องผ่านกระบวนการภายในก่อน โดยเฉพาะการอนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการ JBC ใหม่ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ
การตั้งคณะกรรมการจะเน้นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและเขตแดน โดยมีหน่วยงานหลักเข้าร่วม “กัมพูชาเร่งได้ แต่ไทยต้องพร้อมก่อน” ซึ่งกัมพูชาเข้าใจดี และอาจมีการพูดคุยเพิ่มเติมในการประชุมสุดยอดอาเซียนต้นเดือนพฤษภาคม
รัฐมนตรีอ้วนย้ำชัดว่า ไม่ใช่ประชุม JBC ครั้งเดียวแล้วปักปันเขตแดนได้ เพราะพื้นที่ทับซ้อนมาก ขณะที่ข่าวจากกัมพูชาระบุว่า ฮุน เซน พ่อของนายฮุน มาเนต ต้องการจบข้อพิพาทโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงภาพลักษณ์เสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกยึดบางส่วนกลายเป็นคาสิโนหรือศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งอาจกระทบคะแนนนิยมในการเลือกตั้งปี 2570
ความท้าทายใน ‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนู
การปักปันเขตแดนต้องมีเงื่อนไข เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา สถานการณ์ชายแดนยังเปราะบาง ล่าสุดหลังไทยบวงสรวงปราสาทตามหมายธม จ.สุรินทร์ ทหารกัมพูชาสร้างฐานตั้งปืนไร้แรงสะท้อน (ปรส.) หันเข้าฝั่งไทย รัฐบาลต้องเจรจาอย่างระมัดระวัง เพราะมีชาตินิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง ห้ามสุ่มเสี่ยงถูกครหาไทยเสียดินแดนหรือแพ้เขมร
- ปัญหาไม่ใช่แค่ปักปัน แต่รวมถึงชดใช้ความเสียหายจากการยิงข้ามชายแดนครั้งแรกที่คร่าชีวิตประชาชน สถานพยาบาลและธุรกิจชายแดนเสียหายหนัก
- กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน รัฐบาลไทยต้องไม่ปล่อยให้มีข้ออ้างเลี่ยงจ่าย
- การรุกล้ำวัฒนธรรมไทย เช่น ฮุน เซน โปรโมท “Land of Smile” ต้องตอบโต้ ไม่ใช่ปล่อยตีกิน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีหนูมอบหมายให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ดูแลปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งศูนย์กลางอยู่ในกัมพูชา คำถามคือกล้าทุบให้สิ้นซากหรือไม่?
ไม่ได้เรียกร้องให้ลุยรบเอาสะใจ แต่ต้องจัดการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อชาตินิยมพุ่งสูง รัฐบาลต้องก้าวอย่างระวังเพื่อปกป้องเกียรติภูมิไทย ผู้อ่านล่ะคิดอย่างไรกับ ‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนู? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวสารเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ‘ลุยเขมร’ วาระหลักรัฐบาลหนู