ล่าปลาหมอคางดำไม่หยุด Re-x-ray รอบเขื่อนลำปาว
ล่าปลาหมอคางดำไม่หยุด เดินหน้าต่อเนื่องที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ หลังกรมประมงและหน่วยงานในพื้นที่เปิดปฏิบัติการ Re-x-ray ครั้งที่ 2 เพื่อค้นหาและควบคุมการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สร้างความกังวลให้กับชาวประมงและชุมชนโดยรอบเป็นอย่างมาก การลงพื้นที่ครั้งล่าสุดครอบคลุมระยะทางกว่า 32 กิโลเมตร รอบเขื่อนลำปาว และมีการระดมจิตอาสาด้านประมง รวมถึงฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมภารกิจตลอดทั้งคืน
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค. ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันที่ 16 ต.ค. โดยสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอหนองกุงศรี และหน่วยงานท้องถิ่น วางกำลังค้นหาในจุดสำคัญรอบเขื่อน ทั้งการใช้แห ตุ้ม ลอบ และตาข่าย เพื่อสำรวจแหล่งน้ำอย่างละเอียดที่สุด ผลการค้นหาในช่วงเช้าพบปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 2 ตัว ทำให้ยอดสะสมเพิ่มจาก 417 ตัว เป็น 419 ตัว และยังมีรายงานจากทีมปฏิบัติการชุดอื่นทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ล่าปลาหมอคางดำไม่หยุด ปูพรมรอบเขื่อนลำปาว 32 กิโลเมตร
จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ค้นหาเฉพาะบริเวณบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ภารกิจครั้งล่าสุดได้ขยายพื้นที่ไปยังเขตอำเภอหนองกุงศรี รวม 4 จุดสำคัญ ได้แก่ บ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง บ้านโคกครึม ตำบลหนองหิน บ้านสามขา ตำบลหนองบัว และบ้านน้อยดอนหม่วย ตำบลเสาเล้า การขยายพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบทุกจุดที่มีความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำขยายวงกว้างไปมากกว่านี้
- บ้านนาอวน ตำบลหนองสรวง เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบการกระจายตัวของปลา
- บ้านโคกครึม ตำบลหนองหิน ถูกสำรวจด้วยเครื่องมือประมงหลากหลายชนิด
- บ้านสามขา ตำบลหนองบัว เป็นจุดเฝ้าระวังรอบเขื่อนลำปาว
- บ้านน้อยดอนหม่วย ตำบลเสาเล้า อยู่ในเส้นทางการค้นหาระยะทางรวมกว่า 32 กิโลเมตร
ล่าปลาหมอคางดำไม่หยุด กับมาตรการเจอ แจ้ง จับ จบ
นางสายฝน เสียงหวาน เจ้าพนักงานประมงอาวุโส เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของสถานการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค. หลังชาวประมงพื้นบ้านจับปลาหมอคางดำได้ในเขื่อนลำปาว จากนั้นกรมประมงได้ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ชาวประมงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสังเกตลักษณะปลา การแจ้งเบาะแส และการนำปลาที่จับได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนเริ่มปฏิบัติการประมงอาสาครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ภายใต้มาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ”
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมประกาศบูรณาการ 29 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวทาง “ค้นให้เจอ จับให้เร็ว หยุดการแพร่กระจาย”
หลังจากนั้นประมงอาสายังคงจับปลาหมอคางดำได้เป็นระยะ ทำให้ยอดสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดอยู่ที่ 419 ตัว นับตั้งแต่วันที่เริ่มพบปลารวม 45 วัน ขณะที่มาตรการ “เจอ แจ้ง จับ จบ” ดำเนินมาแล้ว 28 วัน โดยพื้นที่ที่พบปลากระจุกตัวมี 3 จุด ได้แก่ บ้านท่าเรือ ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ บ้านนาอวน ตำบลหนองกุงศรี และบ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ซึ่งเป็นจุดที่พบจำนวนปลามากที่สุด
ผลกระทบต่ออาชีพประมงและการแปรรูปปลา
สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการและครอบครัวที่มีรายได้จากการประมงในพื้นที่เขื่อนลำปาว นางสาวดุษฎี ถาบัว อายุ 50 ปี ผู้ประกอบการแปรรูปปลาในบ้านทับปลา ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี เล่าว่า ชุมชนส่วนใหญ่ยึดอาชีพประมงเป็นหลัก โดยรับซื้อปลามาแปรรูปเป็นปลาส้ม ปลาเค็ม และปลาร้า สินค้าเหล่านี้ได้รับความนิยมและสร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบหลักอย่างปลาตะเพียนเริ่มมีไม่เพียงพอในบางช่วง จนต้องสั่งซื้อจากจังหวัดในภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรีและอ่างทอง ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 35 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและกำไรลดลง หากปลาหมอคางดำแพร่กระจายมากขึ้น ก็อาจทำให้ปลาเศรษฐกิจชนิดอื่นลดจำนวนลง และส่งผลต่อห่วงโซ่อาชีพตั้งแต่ชาวประมง ผู้รับซื้อ ไปจนถึงผู้แปรรูปและผู้จำหน่าย
ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและสามารถปรับตัวในแหล่งน้ำได้ดี อีกทั้งยังกินปลาเล็กและลูกปลาชนิดอื่นเป็นอาหาร จึงมีโอกาสแย่งทรัพยากรกับปลาพื้นถิ่น หากปลาชนิดนี้เพิ่มจำนวนขึ้นโดยไม่มีการควบคุม อาจกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและทำให้ระบบนิเวศในเขื่อนลำปาวเสียสมดุลในระยะยาว
ทำไมการเฝ้าระวังจึงสำคัญ
เขื่อนลำปาวมีพื้นที่กว้างใหญ่เกือบ 6,000 ตารางกิโลเมตร การค้นหาและกำจัดปลาหมอคางดำจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ภายในเวลาอันสั้น แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถจับปลาได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังจำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดที่ชาวประมงพบปลาผิดปกติหรือจับปลาได้หลายชนิดน้อยลงกว่าที่เคย
ประชาชนและชาวประมงสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการสังเกตลักษณะปลา หากพบปลาที่มีลักษณะเข้าข่ายปลาหมอคางดำ ควรแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือหน่วยงานในพื้นที่ทันที ไม่ควรปล่อยปลาที่จับได้กลับลงแหล่งน้ำ และไม่ควรเคลื่อนย้ายปลาไปยังพื้นที่อื่น เพราะอาจทำให้การแพร่กระจายเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
- ถ่ายภาพปลาและจดจำจุดที่จับได้
- แจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ประมงในพื้นที่โดยเร็ว
- แยกปลาที่สงสัยออกจากปลาชนิดอื่น
- ไม่ปล่อยหรือเคลื่อนย้ายปลาไปยังแหล่งน้ำอื่น
- ติดตามประกาศและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการ
การ ล่าปลาหมอคางดำไม่หยุด ที่เขื่อนลำปาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ชาวประมง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในชุมชน การจับปลาได้ 419 ตัวอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภารกิจ แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานประเมินพื้นที่เสี่ยงและวางแผนควบคุมได้แม่นยำขึ้น ความเห็นของชาวบ้านที่ต้องการให้มีมาตรการกำจัดอย่างเด็ดขาดจึงเป็นเสียงสะท้อนที่ควรได้รับการรับฟัง พร้อมกับการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง โปร่งใส และคำนึงถึงการรักษาระบบนิเวศในระยะยาว
สำหรับชุมชนรอบเขื่อนลำปาว การเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสอย่างรวดเร็วคือแนวทางที่ทุกคนช่วยกันทำได้ตั้งแต่วันนี้ หากพบปลาต้องสงสัย อย่าปล่อยผ่าน เพราะข้อมูลเพียงหนึ่งจุดอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นได้
ที่มา – ล่าไม่หยุด! Re-x-ray ปูพรม 32 กม. รอบเขื่อนลำปาว ‘ปลาหมอคางดำ’ สะสมแล้ว 419 ตัว



