ศุภชัย นำทีม 5 กมธ.กฎหมายซีกภูมิใจไทย ค้านมติเรียก อนุทิน
ประเด็นทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรกำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง ศุภชัย นำทีม 5 กมธ.กฎหมายซีกภูมิใจไทย ค้านมติเรียก อนุทิน เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมกรรมาธิการ โดยกลุ่มกรรมาธิการจากพรรคภูมิใจไทยมองว่า มติดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการประชุม และต้องการให้ตรวจสอบขั้นตอนอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการต่อ
ศุภชัย นำทีม 5 กมธ.กฎหมายซีกภูมิใจไทย ค้านมติเรียก อนุทิน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่รัฐสภา เมื่อกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ฝั่งพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายศุภชัย ใจสมุทร พร้อมกรรมาธิการอีก 4 คน ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับมติที่ประชุมซึ่งมีมติ 7 เสียง ให้เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงต่อที่ประชุมสภา
มติดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกรณีที่นายอนุทินไม่ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการการกฎหมายฯ ในประเด็นการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า เรื่องนี้มีทั้งปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการและขั้นตอนการลงมติที่ควรพิจารณาให้ชัดเจน
ประเด็นที่ฝ่ายภูมิใจไทยตั้งข้อสังเกต
นายศุภชัยอธิบายว่า การลงมติครั้งนี้อาจไม่ครบองค์ประชุม เพราะคณะกรรมาธิการมีทั้งหมด 15 คน และตามหลักเกณฑ์ควรมีสมาชิกเข้าร่วมอย่างน้อย 8 คน ขณะที่ช่วงเวลาการลงมติ มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมเพียง 6 คน ก่อนจะมีการติดต่อสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเพิ่มอีก 1 คน ทำให้จำนวนรวมเป็น 7 คน
ฝ่ายที่ออกมาคัดค้านจึงมองว่า การลงมติยังไม่ถึงจำนวนที่กำหนด และอาจขัดต่อข้อบังคับของรัฐสภา นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการติดต่อกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลให้เข้าร่วมประชุมอย่างทั่วถึง หากวาระดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญและต้องการให้กระบวนการมีความโปร่งใส
- จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมลงมติอาจไม่ครบตามองค์ประชุม
- ควรแจ้งกรรมาธิการทุกฝ่ายให้เข้าร่วมพิจารณา
- ประธานกรรมาธิการควรวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตามข้อบังคับ
- การทำงานของคณะกรรมาธิการควรตรวจสอบได้และไม่ถูกมองว่าเป็นเกมการเมือง
ข้อเรียกร้องให้ทำงานอย่างโปร่งใส
นอกจากการคัดค้านมติแล้ว นายศุภชัยยังระบุว่า อาจพิจารณาประเด็นด้านจริยธรรมของประธานกรรมาธิการและสมาชิกบางรายที่มีส่วนสนับสนุนการลงมติ โดยอาจยื่นเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ เจ้าตัวยืนยันว่า มีข้อมูลจากบันทึกการประชุมและบันทึกชวเลขที่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การทำงานของกรรมาธิการควรยึดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม เพราะกรรมาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบปัญหาและรับฟังเรื่องร้องเรียนของประชาชน การดำเนินงานที่ถูกมองว่าเลือกเฉพาะประเด็นเพื่อโจมตีรัฐบาล อาจทำให้ความน่าเชื่อถือของคณะกรรมาธิการลดลง
นายศุภชัยยังกล่าวถึงขอบเขตอำนาจของกรรมาธิการด้วยว่า การตรวจสอบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นอาจไม่ใช่ภารกิจโดยตรงของกรรมาธิการการกฎหมายฯ ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้ชัดเจนว่า เรื่องใดอยู่ในอำนาจหน้าที่ และเรื่องใดควรส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้กระบวนการตรวจสอบเกิดความซ้ำซ้อน
สำหรับการประชุมครั้งต่อไป ฝ่ายพรรคภูมิใจไทยเสนอแนวทางง่าย ๆ คือ หากมีวาระสำคัญที่ต้องลงมติ เจ้าหน้าที่ควรแจ้งกรรมาธิการทุกคนให้เข้าร่วมอย่างครบถ้วน วิธีนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้งเรื่ององค์ประชุม และทำให้ทุกฝ่ายมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน
แม้บรรยากาศการทำงานภายในคณะกรรมาธิการอาจมีความเห็นแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างไม่ควรนำไปสู่การละเลยกติกา เพราะประชาชนคาดหวังให้สภาทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
ศุภชัย นำทีม 5 กมธ.กฎหมายซีกภูมิใจไทย ค้านมติเรียก อนุทิน จึงสะท้อนอีกหนึ่งความเห็นต่างในกระบวนการทำงานของรัฐสภา สิ่งที่ประชาชนควรติดตามต่อคือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับองค์ประชุม ขั้นตอนการลงมติ และการพิจารณาว่ามติดังกล่าวจะเดินหน้าต่ออย่างไร ความเห็นต่างจะเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเปิดเผยข้อมูลและเคารพกติกาเดียวกัน
ท้ายที่สุด การทำงานของกรรมาธิการควรกลับมาอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและความโปร่งใส ไม่ใช่การแข่งขันทางการเมือง หากทุกฝ่ายร่วมกันรักษามาตรฐานการประชุมอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและทำให้สภาเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง
ที่มา – ‘ศุภชัย’ นำทีม 5 กมธ.กฎหมายซีกภูมิใจไทย ค้านมติเรียก ‘อนุทิน’