ศุภชัยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม

ศุภชัยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม ผ่านการเชื่อมโยงคน ความรู้ เทคโนโลยี และโจทย์ธุรกิจจริงเข้าด้วยกัน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์เดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยี 30 องค์กร เพื่อพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตและต่อยอดแนวคิดใหม่ให้เกิดผลลัพธ์ที่ใช้งานได้จริง

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นภายในงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 ณ True Digital Park โดยมีผู้บริหารและตัวแทนจากองค์กรพันธมิตรร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อน Tech & Future Workforce Ecosystem ซึ่งมุ่งสร้างทั้งทักษะใหม่ นวัตกรรมใหม่ และรูปแบบการทำงานที่ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

ศุภชัยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรมด้วยการลงมือทำจริง

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มองว่าพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร เพราะการสร้างนวัตกรรมในยุคนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง ความรู้จากหลายสาขาและประสบการณ์จากหลายอุตสาหกรรมจะช่วยเติมเต็มมุมมอง ทำให้การแก้ปัญหามีความรอบด้านและมีโอกาสนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น

หัวใจของแนวทางนี้คือการทำให้ CP Innovation Center of Excellence หรือ CP COE เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ร่วมกัน บุคลากรสามารถนำโจทย์จริงมาทดลอง พัฒนาต้นแบบ ทดสอบแนวคิด และเรียนรู้จากความผิดพลาดภายในห้องทดลองหรือ Sandbox ก่อนนำไปต่อยอดในระดับธุรกิจ แนวคิดดังกล่าวช่วยลดความกลัวในการลองสิ่งใหม่ และเปิดโอกาสให้คนในองค์กรกล้าคิด กล้าทำ และกล้าเสนอแนวทางที่แตกต่าง

ศุภชัยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรมจากคนและเครือข่ายพันธมิตร

CP COE เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2568 ที่ True Digital Park จากความริเริ่มและการผลักดันของคุณศุภชัย โดยทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงบุคลากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโจทย์จากภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน พื้นที่แห่งนี้เปิดรับบริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เข้ามาร่วมพัฒนาความรู้และสร้างโครงการใหม่

ภายใต้ CP COE ยังมี CP-CoEX ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเรียนรู้และการร่วมสร้าง โดยเชื่อมเทคโนโลยีกับปัญหาจริงขององค์กรผ่านการลงมือปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ และการทำงานข้ามหน่วยงาน ผลลัพธ์ที่ต้องการไม่ใช่เพียงความรู้ในห้องเรียน แต่คือขีดความสามารถที่บุคลากรสามารถนำไปใช้แก้ปัญหา ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสทางธุรกิจได้

พันธมิตรด้านเทคโนโลยีทั้ง 30 องค์กรมีบทบาทตั้งแต่การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสนับสนุนเทคโนโลยี การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการร่วมพัฒนาโครงการ องค์กรที่เข้าร่วมมาจากหลายสาขา เช่น การเงิน คลาวด์คอมพิวติ้ง ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ อาหาร สุขภาพ พลังงาน และความยั่งยืน ความหลากหลายนี้ทำให้เครือข่ายสามารถเชื่อมความเชี่ยวชาญเข้ากับความเข้าใจตลาดและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมต้องสร้างคุณค่าให้ธุรกิจและสังคม

คุณศุภชัยย้ำว่า นวัตกรรมไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่ต้องเป็นสิ่งใหม่ที่ใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าให้กับผู้เกี่ยวข้อง แนวคิดนี้สอดคล้องกับค่านิยม “3 ประโยชน์” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับลูกค้า คู่ค้า ประเทศชาติ ประชาชน และสังคมโลก การพัฒนานวัตกรรมจึงควรมองให้ไกลกว่าผลลัพธ์ทางธุรกิจ และพิจารณาผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

อีกแนวคิดที่น่าสนใจคือการเปรียบการใช้เวลาในวันนี้กับการปลูกต้นไม้ ต้นไม้ต้องอาศัยเวลา การดูแล และความอดทนกว่าจะเติบโตและออกผล เช่นเดียวกับนวัตกรรมที่อาจต้องผ่านการทดลองหลายครั้งกว่าจะพบแนวทางที่เหมาะสม องค์กรจึงควรสร้างบรรยากาศที่ยอมรับความผิดพลาดขนาดเล็ก สนับสนุนการเรียนรู้ และให้โอกาสบุคลากรพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

คุณศุภชัยยังชื่นชมนวัตกรและบุคลากรหลายพันคนที่ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด โดยมองว่าคนเหล่านี้คือฮีโร่ขององค์กร เพราะเป็นผู้ลงมือเปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นโอกาส การยกย่องผลงานและการสนับสนุนจากผู้นำมีส่วนช่วยทำให้นวัตกรรมไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะช่วงเวลา แต่กลายเป็นวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในวิธีคิดและการทำงานประจำวัน

AI Business Accelerator พัฒนาคนจากโจทย์จริง

ตัวอย่างความร่วมมือที่เห็นผลเป็นรูปธรรมคือ AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นหลักสูตรเรือธงภายใต้ Business Co-Creation ของ CP-CoEX มีผู้เข้าร่วม 60 คนจาก CPF, CP ALL, CP Axtra, True รวมถึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอย่าง Huawei, Tencent, AWS, Kao, Schneider Electric, Mitsubishi Electric และ SCG ผู้เข้าร่วมได้ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนา 7 โครงการ AI จากโจทย์จริงในภาคอุตสาหกรรม การผลิต ค้าปลีก และการบริหารจัดการองค์กร

โครงการทั้ง 7 รายการมีการประเมินศักยภาพประโยชน์ทางธุรกิจเบื้องต้นรวมกว่า 1,400 ล้านบาท ขั้นตอนต่อไปคือการพัฒนาต้นแบบ พิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี จัดทำ Business Case และวางแผนทดลองใช้งานหรือขยายผลตามความเหมาะสม จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือผู้เข้าร่วมไม่ได้เรียนรู้ AI แบบแยกส่วน แต่ได้เรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหาจริงและทำงานร่วมกับคนที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน

จากประสบการณ์ของโครงการนำร่อง CP-CoEX เตรียมต่อยอดหลักสูตร AI ในรุ่นถัดไป พร้อมพัฒนาหลักสูตรใหม่อีก 2 ด้าน ได้แก่ Food & Longevity Business Accelerator ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและสุขภาพแห่งอนาคต และ Sustainability Tech Accelerator ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและ AI จัดการพลังงาน ทรัพยากร ของเสีย ห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนคาร์บอน

ต่อยอดเทคโนโลยีสู่ความยั่งยืน

ความร่วมมือกับพันธมิตรยังครอบคลุมเทคโนโลยีชีวภาพและสุขภาพสัตว์ โดยมีการผสานความเชี่ยวชาญด้านเอนไซม์ จุลินทรีย์ และการดำเนินงานฟาร์ม เพื่อศึกษาอาหารสัตว์และไมโครไบโอม แนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้ทรัพยากรน้อยลง และสนับสนุนระบบอาหารที่มีความยั่งยืนมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านสุขภาพสัตว์ภายใต้แนวคิด One Health ยังเชื่อมโยงสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของอาหาร และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลดการปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลาในเนื้อสัตว์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหารสัตว์ หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทุกโครงการจึงมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างอาหารที่ปลอดภัยและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม สภาพภูมิอากาศ และการเติบโตของ AI องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน และรูปแบบธุรกิจ การสร้างบุคลากรที่พร้อมเรียนรู้จึงมีความสำคัญไม่แพ้การลงทุนในเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีจะสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อมีคนที่เข้าใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ และพัฒนาต่อยอดได้อย่างเหมาะสม

โดยสรุป ศุภชัยสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม ด้วยการวางคนไว้เป็นศูนย์กลาง เปิดพื้นที่ให้ทดลอง และเชื่อมองค์กรเข้ากับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย แนวทางนี้สะท้อนว่าการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมไม่ได้เกิดจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวัฒนธรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ ความกล้าทดลอง และการสร้างคุณค่าร่วมกัน หากองค์กรไทยนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อย่างยั่งยืน

มุมมองที่น่าจับตาคือ เมื่อคนได้รับโอกาสให้ทดลองกับโจทย์จริง นวัตกรรมจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกวัน องค์กรที่เริ่มสร้างพื้นที่แบบนี้ตั้งแต่วันนี้ ย่อมมีความพร้อมมากกว่าในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ที่มา – “ศุภชัย” หนุนวัฒนธรรม สร้างคนขับเคลื่อนซีพี สู่องค์กรแห่งนวัตกรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *