ศุภณัฐฉะภราดรกลวงของจริง ปมเงินเยียวยาน้ำท่วม
ประเด็นเงินเยียวยาน้ำท่วมกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ข้อความวิจารณ์การทำงานของนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องการบริหารวงเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยและความล่าช้าในการโอนเงินให้ประชาชน
ใจความสำคัญของโพสต์อยู่ที่การตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เตรียมขยายกรอบวงเงินไว้ล่วงหน้า ทั้งที่สามารถประเมินได้ว่างบประมาณเดิมอาจไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ นายศุภณัฐระบุว่า ปภ. ยอมรับว่าวงเงินหมดแล้ว และจำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติวงเงินเพิ่มเติมอีก 1 หมื่นล้านบาท
ศุภณัฐฉะภราดรกลวงของจริง
นายศุภณัฐมองว่า การชี้แจงของนายภราดรไม่มีข้อมูลตัวเลขรองรับอย่างชัดเจน จึงใช้ถ้อยคำรุนแรงวิจารณ์ว่า ศุภณัฐฉะภราดรกลวงของจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องควรติดตามสถานการณ์งบเยียวยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทุกวันที่การโอนเงินล่าช้า ย่อมส่งผลโดยตรงต่อประชาชนที่กำลังเผชิญความเดือดร้อน
ศุภณัฐฉะภราดรกลวงของจริง ปมงบเยียวยาล่าช้า
ประเด็นแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ วงเงินเยียวยาที่รัฐบาลเคยระบุว่าเพียงพอ อาจไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ประสบภัยและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง นายศุภณัฐเห็นว่าการประเมินงบประมาณคลาดเคลื่อนหลายเท่า ทำให้เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องและผ่านการอนุมัติเป็นจำนวนมาก เงินจึงไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายต่อเนื่อง
อีกประเด็นคือการวางแผนล่วงหน้า โดยรัฐบาลควรคาดการณ์ได้ว่าวงเงินที่อนุมัติไว้จะถูกใช้หมดเมื่อใด หากพบว่างบกำลังจะหมด ก็ควรเร่งเสนอขอขยายวงเงินก่อนถึงจุดวิกฤต วิธีดังกล่าวจะช่วยให้การจ่ายเงินไม่สะดุด และลดจำนวนประชาชนที่ต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
- วงเงินไม่เพียงพอ: จำนวนผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นจนเกินกว่าการคาดการณ์เดิม
- การอนุมัติล่าช้า: ผู้ที่ผ่านการพิจารณาแล้วบางส่วนยังต้องรอการจัดสรรงบประมาณ
- การวางแผนไม่ต่อเนื่อง: รัฐบาลถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ขออนุมัติวงเงินเพิ่มเติมไว้ล่วงหน้า
- ผลกระทบต่อประชาชน: ผู้ประสบภัยต้องรอเงินช่วยเหลือเพื่อนำไปซ่อมแซมบ้านและดำรงชีวิต
นายศุภณัฐยังกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 และ 14 ตุลาคม โดยตั้งคำถามว่าทำไมจึงไม่มีการนำวาระขยายกรอบวงเงินน้ำท่วมเข้าสู่การพิจารณา ทั้งที่หากดำเนินการล่วงหน้า ประชาชนอาจได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมในช่วงวันที่ 16-20 ตุลาคม โดยไม่ต้องหยุดรอขั้นตอนใหม่
นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ยังมีการวิจารณ์การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายศุภณัฐระบุว่า สส. และทีมงานลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ทั้งการประสานศูนย์พักพิง การจัดส่งอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการช่วยเหลือด้านการเดินทาง ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและพรรคการเมืองที่กำกับดูแลถูกตั้งคำถามว่าเข้ามาช่วยเหลือประชาชนล่าช้าเกินไปหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างและมุมมองจากฝ่ายนายศุภณัฐ การตรวจสอบข้อเท็จจริงควรพิจารณาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคำชี้แจงของนายภราดรและรัฐบาลด้วย เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมทั้งเรื่องจำนวนผู้มีสิทธิ์ วงเงินที่อนุมัติไปแล้ว และกำหนดการโอนเงินอย่างถูกต้อง
อีกปัญหาที่ถูกพูดถึงคือระบบแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งมีรายงานว่าผู้ยื่นคำร้องบางรายไม่สามารถแนบภาพบ้านหรือหลักฐานความเสียหายจากน้ำท่วมได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติมผ่านช่องทางอื่น เช่น ไลน์ หรือให้ประชาชนเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต การต้องดำเนินการซ้ำอาจเพิ่มภาระให้กับผู้ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่เดินทางลำบาก
นายศุภณัฐตั้งข้อสังเกตว่า หากระบบดิจิทัลถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ยังมีปัญหาในการแนบเอกสารและตรวจสอบข้อมูล ก็ควรเร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบ พร้อมสื่อสารขั้นตอนใหม่ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม
นอกจากนี้ ยังมีการวิจารณ์การสื่อสารเรื่องการระบายน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา โดยกล่าวว่าตัวเลขที่สื่อสารออกมามีความแตกต่างกัน จนอาจสร้างความสับสนให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคกลางที่ต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เรื่องนี้สะท้อนว่าการสื่อสารภาวะวิกฤตควรใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน และอธิบายผลกระทบให้ประชาชนเข้าใจง่าย
สำหรับประชาชน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดไม่ใช่เพียงคำชี้แจงทางการเมือง แต่คือการได้รับเงินเยียวยาตามสิทธิ์อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบได้ และไม่ต้องยื่นเอกสารหลายรอบ รัฐบาลจึงควรเปิดเผยสถานะการอนุมัติ จำนวนเงินคงเหลือ และกำหนดการโอนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรับฟังปัญหาจากพื้นที่เพื่อนำไปปรับปรุงระบบ
กรณีศุภณัฐฉะภราดรกลวงของจริงจึงไม่ควรถูกมองเพียงเป็นการโต้เถียงระหว่างนักการเมือง แต่ควรใช้เป็นโอกาสตรวจสอบประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติ ตั้งแต่การประเมินงบประมาณ ระบบรับคำร้อง การสื่อสารข้อมูล ไปจนถึงการจ่ายเงินให้ถึงมือผู้เดือดร้อน หากทุกฝ่ายทำงานเชิงรุกและวางแผนล่วงหน้าได้ ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือเร็วขึ้นและลดความเสียหายจากความล่าช้าได้อย่างมาก
มุมมองส่งท้าย: เงินเยียวยาคือสิทธิ์และความหวังของผู้ประสบภัย การทำงานของรัฐจึงควรเน้นความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ มากกว่าการโต้เถียงกันผ่านสื่อ ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการ และตรวจสอบสถานะการยื่นคำร้องอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา – เดือด! ‘ศุภณัฐ’ ฉะ ‘ภราดร’ กลวงของจริง ชาวบ้านยังไม่ได้เงินเยียวยาเพราะรอรมต.ประสิทธิภาพต่ำ