สดุดีทหารกล้า ‘พลฯชาญชัย’ ชาวกาฬสินธุ์พลีชีพกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา
สดุดีทหารกล้า ‘พลฯชาญชัย’ ชาวกาฬสินธุ์พลีชีพกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา
การสูญเสียในสนามรบไม่ใช่เพียงการจากไปของบุคคลหนึ่ง แต่คือการสูญเสียของแผ่นดิน และหัวใจของผู้คนนับล้านที่จดจำความกล้าหาญ สดุดีทหารกล้า ‘พลฯชาญชัย’ ชาวกาฬสินธุ์พลีชีพกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา คือเรื่องราวของหนุ่มน้อยผู้สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ด้วยหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหว แม้จะต้องเผชิญกับความรุนแรงในวันที่ 11 ธันวาคม
หัวใจของทหารหนุ่มจากดินแดนอีสาน
ที่บ้านเลขที่ 177 ม.18 บ้านโคกคำ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติมิตรและเพื่อนบ้านต่างหลั่งน้ำตาและให้กำลังใจครอบครัวของพลทหารชาญชัย ผดุงโชค หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ “น้องสมาร์ท”
น้องสมาร์ท อายุเพียง 22 ปี คือทหารหนุ่มสังกัดกองกำลังรบกองทัพภาคที่ 1 กรมทหารราบที่ 112 กองพันทหารราบที่ 3 (ร.112 พัน.3) ตำแหน่งพลยิงปืนกล ผู้ซึ่งตัดสินใจเดินตามเส้นทางของสายเลือด ด้วยความใฝ่ฝันที่จะเป็นทหารตั้งแต่วัยเด็ก
การจากไปที่ไม่มีวันหวนกลับ
การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บึงตะกวน-บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว คร่าชีวิตน้องสมาร์ท ด้วยกระสุนปืน ค. ของฝ่ายกัมพูชาที่ตกลงมา จนทำให้เขาต้องพลีชีพกลางสมรภูมิ
การจากไปของเขาไม่ใช่แค่การสูญเสียของครอบครัว แต่คือการสูญเสียของแผ่นดินไทย สดุดีทหารกล้า ‘พลฯชาญชัย’ ชาวกาฬสินธุ์พลีชีพกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา คือการบันทึกความกล้าหาญของชายหนุ่มผู้ไม่เคยหลีกหนีหน้าที่
เส้นทางสู่การเป็นทหาร
น้องสมาร์ท เติบโตมาในครอบครัวที่มีสายเลือดทหารเข้มข้น พ่อของเขาเคยเป็นทหารเรือและปลดประจำการแล้ว ด้วยแรงบันดาลใจจากพ่อ น้องสมาร์ท จึงตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะต้องเป็นทหารให้ได้
เมื่อถึงเกณฑ์ทหารในปี 2567 เขาสมัครทางออนไลน์และเข้ารับการคัดเลือกที่อำเภอยางตลาด ด้วยความมุ่งมั่น น้องสมาร์ท จับได้ใบแดงและได้เข้าประจำการตามความฝัน
- ตำแหน่ง: พลยิงปืนกล
- สังกัด: กรมทหารราบที่ 112 กองพันทหารราบที่ 3
- เหตุการณ์: สู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ความภาคภูมิใจของมารดา
น.ส.นิภาพัน ภูเนตร มารดาของน้องสมาร์ท กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ลูกชายของเธอเป็นเด็กที่มีความฝันชัดเจน และไม่เคยลังเลในการเลือกเส้นทางทหาร แม้จะรู้ว่าอันตรายรออยู่
“ฉันเสียใจมากที่ลูกจากไป แต่ในอีกใจหนึ่ง ฉันรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ลูกชายของฉันได้พลีชีพเพื่อชาติ”
คำพูดของมารดาสะท้อนหัวใจของครอบครัวทหารไทย ที่ต้องแบกรับทั้งความหวังและน้ำตา
การดูแลจากภาครัฐ
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้นายเอกรัตน์ มิสา นายอำเภอยางตลาด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลครอบครัวของพลทหารชาญชัยอย่างเต็มที่
การเยียวยาไม่ใช่แค่เรื่องวัตถุ แต่รวมถึงการดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
นายเอกรัตน์ มิสา กล่าวว่า หลังทราบข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้ทุกฝ่ายเข้าดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ เพื่อให้การจัดงานบำเพ็ญกุศลและพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมเกียรติ
พิธีส่งวีรบุรุษคืนสู่ดิน
ศพของพลทหารชาญชัย จะถูกรับส่งภูมิลำเนาในวันถัดไป และกำหนดประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568
การจากไปของเขากลายเป็นบทเรียนให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของสันติภาพ และความกล้าหาญของทหารที่ยืนหยัดเพื่อปกป้องแผ่นดิน
หัวใจของความเป็นไทย
สดุดีทหารกล้า ‘พลฯชาญชัย’ ชาวกาฬสินธุ์พลีชีพกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา ไม่ใช่แค่การบันทึกข่าวการสูญเสีย แต่คือการบันทึกหัวใจของความเป็นไทย
ทหารทุกนายไม่ใช่เพียงผู้พิทักษ์ชายแดน แต่คือผู้พิทักษ์อนาคตของพวกเราทุกคน ด้วยหยาดเหงื่อ เลือด และชีวิต พวกเขาแลกมาซึ่งความสงบสุขของแผ่นดิน
เราอาจไม่รู้จักชื่อพวกเขาทุกคน แต่เราควรจดจำความกล้าหาญของพวกเขาทุกคน
ในวันที่ธงชาติโบกสะบัด ขอให้เราทุกคนนึกถึงวีรชนผู้สละชีพ เพื่อให้เรามีวันนี้
ที่มา – สดุดีทหารกล้า ‘พลฯชาญชัย’ ชาวกาฬสินธุ์พลีชีพกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา