สติธรชี้รบ.เสถียรภาพสูง เร่งเปลี่ยนความนิ่งเป็นผลงานเศรษฐกิจ
ช่วงนี้ถ้าใครติดตามข่าวสารการเมือง คงได้ยินกระแสข่าวลือเรื่องดีลลับ การปรับ ครม. หรือแม้แต่ข่าวการย้ายขั้วกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ล่าสุด ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วรัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพที่ค่อนข้างสูงทีเดียวครับ
สติธรชี้รบ.เสถียรภาพสูง เร่งเปลี่ยนความนิ่งเป็นผลงานเศรษฐกิจ
การที่ ดร.สติธรออกมาบอกว่า สติธรชี้รบ.เสถียรภาพสูง เร่งเปลี่ยนความนิ่งเป็นผลงานเศรษฐกิจ นั้น ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยครับ เพราะหากเรามาดูโครงสร้างอำนาจและพฤติกรรมของพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ จะพบว่าแต่ละพรรคต่างก็ยังมีเป้าหมายร่วมกัน และยังไม่เห็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้สั่นคลอนได้ในระยะสั้น การโยกย้ายหรือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังเป็นเพียงข่าวลือที่ยังไม่มีแรงจูงใจเพียงพอ เพราะต้นทุนในการถอนตัวนั้นสูงเกินไปสำหรับทุกฝ่าย
มุมมองต่อคดีความทางการเมืองและเสถียรภาพ
สำหรับประเด็นเรื่องคดีความต่าง ๆ ที่หลายคนกังวล ทั้งคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หรือคดีฮั้วเลือก สว. ดร.สติธรมองว่าต้องแยกแยะให้ออกระหว่างคดีที่สร้างแรงกดดันกับการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ การนำเสนอข่าวเรื่อง สติธรชี้รบ.เสถียรภาพสูง เร่งเปลี่ยนความนิ่งเป็นผลงานเศรษฐกิจ จึงเป็นการย้ำเตือนให้สังคมมองข้ามความวุ่นวายรายวัน ไปโฟกัสที่หัวใจสำคัญคือการบริหารประเทศมากกว่า
- รัฐบาลยังมีโควตารัฐมนตรีที่ชัดเจน
- ความร่วมมือของพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่น
- คดีความต่าง ๆ ยังไม่มีน้ำหนักพอให้รัฐบาลล้มลง
ในมุมมองของผู้เขียนเอง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องใช้เสถียรภาพที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนที่จะมัวแต่กังวลกับข่าวลือ หากรัฐบาลสามารถนำเสถียรภาพมาผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้จริง ประชาชนจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด และนั่นคือบทพิสูจน์ความสำเร็จที่แท้จริงมากกว่าการอยู่รอดไปวัน ๆ ต่อไปเราคงต้องลุ้นกันว่า รัฐบาลจะเปลี่ยนความนิ่งในเชิงการเมืองให้กลายเป็นความคึกคักในเชิงเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน เพราะนี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอคำตอบครับ
ที่มา – ‘สติธร’ชี้รบ.เสถียรภาพสูง แนะเร่งเปลี่ยนความนิ่ง เป็น’ผลงานเศรษฐกิจ’