สถิติจีนสมรสต่ำสุดในรอบ 18 ปี วิกฤติประชากร
สถิติจีนสมรสต่ำสุดในรอบ 18 ปี วิกฤติประชากรยิ่งน่าเป็นห่วง หลังข้อมูลช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้สะท้อนว่าคนจีนจดทะเบียนสมรสลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราการเกิดต่ำและโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับเรื่องชีวิตคู่เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน ระบบสวัสดิการ และอนาคตของประเทศในระยะยาว
ข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน จีนมีคู่รักจดทะเบียนสมรสประมาณ 4.65 ล้านคู่ ตัวเลขดังกล่าวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปี ขณะเดียวกัน มีคู่รักหย่าร้างประมาณ 2.08 ล้านคู่ในช่วงเวลาเดียวกัน สถานการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าคนรุ่นใหม่อาจกำลังชะลอการแต่งงาน หรือเลือกใช้ชีวิตโดยไม่แต่งงานมากขึ้น
สถิติจีนสมรสต่ำสุดในรอบ 18 ปี วิกฤติประชากรยิ่งน่าเป็นห่วง
สาเหตุของการแต่งงานที่ลดลงมีหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาที่อยู่อาศัย ภาระการทำงาน และค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับการแข่งขันในตลาดแรงงานและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ จึงอาจตัดสินใจเลื่อนการแต่งงานออกไป หรือพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะมีบุตรหรือไม่
การมีบุตรในจีนยังมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการแต่งงาน เมื่อจำนวนคู่สมรสลดลง แนวโน้มการเกิดก็มักลดลงตามไปด้วย ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อจำนวนประชากรในวัยทำงานและกำลังซื้อของประเทศในอนาคต
สถิติจีนสมรสต่ำสุดในรอบ 18 ปี สะท้อนแรงกดดันต่อคนรุ่นใหม่
รัฐบาลจีนพยายามออกมาตรการเพื่อจูงใจให้ประชาชนแต่งงานและมีบุตรมากขึ้น โดยมีทั้งเงินอุดหนุนสำหรับครอบครัว การสนับสนุนค่าเลี้ยงดูบุตร และการลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และการคลอด นโยบายเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระของครอบครัวและสร้างความมั่นใจให้คนรุ่นใหม่
- สนับสนุนเงินช่วยเหลือสำหรับครอบครัวที่มีบุตร
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและการคลอดบุตร
- พัฒนาระบบการศึกษาและบริการสาธารณะให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- จัดหาที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมในเมืองที่เหมาะกับครอบครัว
- วางแผนเมืองให้รองรับเด็ก ผู้ปกครอง และผู้สูงอายุ
นอกจากมาตรการทางการเงินแล้ว รัฐบาลจีนยังให้คำมั่นว่าจะบูรณาการการพัฒนาเยาวชนเข้ากับการวางผังเมือง การจัดหาที่อยู่อาศัย ระบบสาธารณสุข การศึกษา และบริการสาธารณะด้านต่าง ๆ แนวทางนี้มีความสำคัญ เพราะการตัดสินใจแต่งงานหรือมีบุตรไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านประชากรของจีนมีความซับซ้อนมากขึ้น ปัจจุบันประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลมีมากกว่าเด็ก ขณะที่อัตราส่วนพึ่งพิงผู้สูงอายุแซงหน้าอัตราส่วนพึ่งพิงเด็กเป็นครั้งแรก สถานการณ์นี้หมายความว่าคนวัยทำงานอาจต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ในขณะที่มีเด็กเกิดใหม่ลดลง
จำนวนประชากรจีนลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในปี 2568 และอัตราการเกิดลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นักประชากรศาสตร์จึงเตือนว่าจำนวนประชากรจีนอาจลดลงต่อไปอีกในอนาคต หากแนวโน้มการแต่งงานและการมีบุตรยังไม่ฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจกระทบต่อภาคการผลิต การบริโภค การจัดเก็บภาษี และระบบบำนาญ
อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือจำนวนผู้หญิงจีนในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดช่วงอายุไว้ที่ 15-49 ปี มีแนวโน้มลดลงมากกว่าสองในสาม และอาจเหลือน้อยกว่า 100 ล้านคนภายในสิ้นศตวรรษนี้ เมื่อผู้หญิงในวัยดังกล่าวมีจำนวนลดลง โอกาสที่จะมีทารกเกิดใหม่ก็ย่อมลดลงตามธรรมชาติ แม้รัฐบาลจะมีมาตรการส่งเสริมการเกิดมากเพียงใดก็ตาม
ประเด็นสถิติจีนสมรสต่ำสุดในรอบ 18 ปี วิกฤติประชากรยิ่งน่าเป็นห่วง จึงควรถูกมองในมุมที่กว้างกว่าตัวเลขการจดทะเบียนสมรส เพราะนี่คือสัญญาณเกี่ยวกับทัศนคติของคนรุ่นใหม่ต่อครอบครัวและอนาคต การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอาจต้องสร้างสังคมที่คนสามารถทำงาน มีรายได้มั่นคง เข้าถึงที่อยู่อาศัย และเลี้ยงดูบุตรได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระที่หนักเกินไป
มุมมองส่งท้าย: วิกฤติประชากรไม่สามารถแก้ได้ด้วยการขอให้ประชาชนแต่งงานหรือมีบุตรมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างเงื่อนไขให้พวกเขามองเห็นอนาคตที่มั่นคงและมีคุณภาพ หากจีนลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มความมั่นใจให้ครอบครัวได้ ก็อาจช่วยชะลอแนวโน้มประชากรลดลงในระยะยาว
ที่มา – สถิติจีนสมรสต่ำสุดในรอบ 18 ปี วิกฤติประชากรยิ่งน่าเป็นห่วง