สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เปิดตัว 12 ทีมกอล์ฟพระเกี้ยวทองคำครั้งที่ 13
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ได้จัดการแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่ โดย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เปิดตัว 12 ทีม ร่วมศึกกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานฯ ภายใต้การเป็นประธานของ ดร.ณัฐพล รังสิตพล นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) การแข่งขันครั้งนี้เป็นรายการกอล์ฟสมัครเล่นประเภททีมตามมาตรฐานสากล จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 ที่สนามกอล์ฟลำลูกกาคันทรีคลับ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นสนามมาตรฐานระดับมืออาชีพที่เคยใช้จัดการแข่งขันครั้งก่อนๆ
สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เปิดตัว 12 ทีม ร่วมศึกกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานฯ
การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่เพียงเผยโฉม 12 ทีมชั้นนำที่พร้อมลุ้นแชมป์เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสมาคมในการยกระดับกีฬากอล์ฟสมัครเล่นให้เทียบชั้นสากล นายจิร โชตินุชิต ประธานแผนกกีฬากอล์ฟสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ และประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน เปิดเผยถึงความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรผู้ตัดสินที่ผ่านการฝึกอบรมตามกฎกติกาสากล โปรแกรมอัปเดตคะแนนแบบเรียลไทม์ผ่านออนไลน์ และการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพื่อให้แฟนกอล์ฟติดตามได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ สนามลำลูกกาคันทรีคลับยังเปิดให้ทีมเข้าไปซ้อมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพื่อความเท่าเทียมในการแข่งขัน
จุดเด่นที่ทำให้ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เปิดตัว 12 ทีม ร่วมศึกกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานฯ น่าจับตามองยิ่งขึ้น คือถ้วยรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งสมาคมได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ถ้วยนี้ไม่ใช่แค่รางวัล แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจสูงสุดสำหรับทีมแชมป์ เป็นครั้งที่ 13 แล้วที่การแข่งขันได้รับพระราชทานถ้วยนี้ สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการส่งเสริมกีฬากอล์ฟของพระองค์ท่าน
รายชื่อ 12 ทีมสุดเข้มข้นที่พร้อมชิงชัย
นายวิชิต บัณฑุวงศ์ ผู้อำนวยการการแข่งขัน กล่าวถึงกฎกติกาที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล โดยมีทีมเข้าแข่งขันทั้งหมด 12 ทีม ดังนี้
- 1. ทีมราชนาวี (RTN) แชมป์เก่าครั้งที่ 11 และ 12 ผู้ครองบัลลังก์ที่ทุกทีมหวังท้าชิง
- 2. ทีมสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CUAA) เจ้าภาพที่พร้อมปกป้องเกียรติศักดิ์
- 3. ทีมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ทีมมหาอำนาจจากภาคพลังงาน
- 4. ทีมสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TU) คู่ปรับตลอดกาลจากรั้วธรรมศาสตร์
- 5. ทีมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) พร้อมโชว์ฟอร์มด้วยนักกอล์ฟเลือดใหม่
- 6. ทีมมหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKU) ตัวแทนภาคอีสานที่ไม่เกรงใจใคร
- 7. ทีมราชกรีฑาสโมสร (RBSC) ทีมสปอร์ตคลาสสิกจากราชกรีฑาสมาคม
- 8. ทีมสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA)
- 9. ทีมกองทัพอากาศ (RTAF) นักบินและนักกอล์ฟฝีมือฉกาจ
- 10. ทีมชมรมกอล์ฟสมาคมชาวญี่ปุ่น (JAGC) นำวัฒนธรรมกอล์ฟญี่ปุ่นมาร่วมแจม
- 11. ทีมสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (OV)
- 12. ทีมบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) ทีมพลังงานยักษ์ใหญ่ที่พร้อมลุ้นแชมป์
ทำไมการแข่งขันกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ถึงเป็นมากว่ารายการกอล์ฟธรรมดา
รายการนี้เริ่มจัดมาตั้งแต่ปีแรกๆ เพื่อเชื่อมโยงศิษย์เก่าจุฬาฯ และหน่วยงานชั้นนำของไทยผ่านกีฬากอล์ฟ สร้างมิตรภาพและการแข่งขันที่ดุเดือดแต่สุภาพแบบนักกอล์ฟตัวจริง สนามลำลูกกาคันทรีคลับที่มีแฟร์เวย์กว้าง กรีนท้าทาย และอุปสรรคน้ำสวยงาม จะเป็นเวทีที่ทดสอบฝีมือของนักกอล์ฟสมัครเล่นทั้ง 12 ทีม ทุกทีมมีโอกาสเท่าเทียมเพราะได้ซ้อมล่วงหน้า ทำให้การแข่งขันครั้งนี้คาดว่าจะเข้มข้นยิ่งกว่าทุกปี โดยเฉพาะทีมราชนาวีที่ครองแชมป์ 2 สมัยติด จะรับมือกับทีมอื่นๆ อย่างไร
นอกจากนี้ การเพิ่ม Facebook Live และคะแนนออนไลน์ จะทำให้แฟนๆ ไม่พลาดทุกช็อตสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอีเกิ้ลสุดสวยหรือพาร์ที่ช่วยชีวิตทีม สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ มุ่งพัฒนากีฬากอล์ฟให้ทันสมัยและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน การแข่งขัน สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เปิดตัว 12 ทีม ร่วมศึกกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานฯ ไม่เพียงเป็นเวทีชิงถ้วยเกียรติยศ แต่ยังเป็นการรวมพลังคนรักกอล์ฟจากหลากหลายวงการ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจกีฬานี้มากขึ้น เชิญชวนทุกท่านติดตามผลการแข่งขันผ่านช่องทางออนไลน์ หรือไปเชียร์ที่สนามเพื่อสัมผัสบรรยากาศสุดมันส์ด้วยตัวเอง ทีมไหนจะคว้าถ้วยพระราชทานไปครอง ต้องรอติดตาม!
ที่มา – สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เปิดตัว 12 ทีม ร่วมศึกกอล์ฟ “พระเกี้ยวทองคำ” ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทานฯ