สรุปผลงานเอเชียนพาราเกมส์ 21 ต.ค. ไทยได้ 14 ทอง
การแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ยังคงเต็มไปด้วยความประทับใจสำหรับแฟนกีฬาชาวไทย โดยวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยสามารถคว้าเพิ่มได้อีก 6 เหรียญทอง ส่งผลให้ยอดรวมขยับจากเดิม 8 เหรียญทอง เป็น 14 เหรียญทอง สร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ
สำหรับ สรุปผลงานเอเชียนพาราเกมส์ 21 ต.ค. ไทยได้ 14 ทอง ในวันนี้ นักกีฬาไทยทำผลงานได้โดดเด่นหลายชนิดกีฬา โดยเฉพาะบอคเซีย ซึ่งกวาดเหรียญทองได้หลายรายการ รวมถึงยิงธนูและวีลแชร์ฟันดาบที่สร้างผลงานน่าประทับใจไม่แพ้กัน
สรุปผลงานเอเชียนพาราเกมส์ 21 ต.ค. ไทยได้ 14 ทอง
เหรียญทองแรกที่น่าสนใจมาจากกีฬายิงธนู ประเภทคันธนูทดกำลัง ชายคู่ โดย คมสัน สิงห์ภิรมย์ และธีรศักดิ์ เพียรกระนี ช่วยกันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งสองคนแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำ สมาธิ และการทำงานเป็นทีม จนสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ
ผลงานบอคเซียไทยคว้า 4 เหรียญทอง
บอคเซียถือเป็นกีฬาที่สร้างความโดดเด่นให้กับทัพไทยอย่างมากในวันแข่งขันนี้ นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองได้ถึง 4 รายการ ประกอบด้วย วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ ในประเภทบุคคลชาย คลาส BC1 ซึ่งคว้าแชมป์เอเชียนพาราเกมส์เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน นับเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง
- บุคคลชาย คลาส BC1: วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน
- บุคคลชาย คลาส BC4: พรโชค ลาภเย็น คว้าเหรียญทองให้ทีมชาติไทย
- บุคคลชาย คลาส BC3: วิทูล จันทคัด ทำผลงานยอดเยี่ยมจนคว้าแชมป์
- บุคคลหญิง คลาส BC3: ลดามณี กล้าหาญ คว้าเหรียญทองเพิ่มให้ทัพไทย
ความสำเร็จของนักกีฬาบอคเซียทั้ง 4 คนไม่ได้เกิดขึ้นจากความสามารถเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังมาจากการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ การวางแผนของทีมงานผู้ฝึกสอน และกำลังใจจากครอบครัวและแฟนกีฬาชาวไทย ทุกชัยชนะจึงมีความหมายและช่วยผลักดันให้วงการกีฬาคนพิการไทยได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น
วีลแชร์ฟันดาบคว้าเหรียญทองและเหรียญเงิน
อีกหนึ่งเหรียญทองของไทยมาจากวีลแชร์ฟันดาบ ประเภทเอเป้ บุคคลชาย คลาส B โดย วิสิทธิ์ กิ่งมะนาว สามารถเอาชนะคู่แข่งด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม การแข่งขันประเภทนี้ต้องอาศัยความเร็ว การอ่านจังหวะ และการตัดสินใจที่แม่นยำ นักกีฬาจึงต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ นักวีลแชร์ฟันดาบชื่อดังของไทย ซึ่งเคยคว้าเหรียญทองเอเป้ในเอเชียนพาราเกมส์มาแล้ว 3 สมัย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในประเภทเอเป้ บุคคลหญิง คลาส B แต่พ่ายให้กับ โช อึนฮเย จากเกาหลีใต้ไปอย่างสูสีด้วยคะแนน 14-15 ทำให้สายสุนีย์คว้าเหรียญเงินมาครอง หลังจากก่อนหน้านี้ได้เหรียญเงินจากประเภทฟอยล์เช่นกัน
แม้จะไม่ได้เหรียญทองในครั้งนี้ แต่ผลงานของสายสุนีย์ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเป็นนักกีฬาระดับแถวหน้า การต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศที่มีคะแนนสูสีสะท้อนว่าเธอยังคงรักษามาตรฐานการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่
ยอดเหรียญรวมของทัพไทยหลังจบวันที่ 21 ตุลาคม
หลังจบการแข่งขันวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ทีมชาติไทยมีเหรียญรางวัลรวมทั้งหมด 14 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน และ 29 เหรียญทองแดง รวมเป็น 62 เหรียญรางวัล ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพรวมที่แข็งแกร่งของนักกีฬาไทยในหลายชนิดกีฬา และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมงานที่เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี
- เหรียญทอง 14 เหรียญ
- เหรียญเงิน 19 เหรียญ
- เหรียญทองแดง 29 เหรียญ
- รวมทั้งหมด 62 เหรียญ
สำหรับชาติที่มีเหรียญทองมากที่สุดยังคงเป็นจีน ซึ่งทำได้ 107 เหรียญทอง 62 เหรียญเงิน และ 57 เหรียญทองแดง ถือเป็นผลงานที่โดดเด่นและสะท้อนความพร้อมของนักกีฬาจีนในเวทีเอเชียนพาราเกมส์
โดยสรุปแล้ว สรุปผลงานเอเชียนพาราเกมส์ 21 ต.ค. ไทยได้ 14 ทอง ถือเป็นอีกวันที่ทัพนักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม การคว้าเพิ่ม 6 เหรียญทองในวันเดียวช่วยสร้างแรงส่งที่ดีให้กับทีมชาติไทยในการแข่งขันวันที่เหลือ แฟนกีฬาสามารถร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยคว้าเหรียญรางวัลเพิ่ม และร่วมภาคภูมิใจกับความพยายามของทุกคน เพราะทุกเหรียญรางวัลล้วนเกิดจากความทุ่มเทอย่างเต็มที่
ติดตามข่าวสารและผลการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์อย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมส่งแรงเชียร์ให้ทัพไทยเดินหน้าสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อไป
ที่มา – สรุปผลงานเอเชียนพาราเกมส์ วันที่ 21 ตุลาคม ทัพไทยได้อีก 6 ทอง รวม 14 ทอง






