สรุปรวม ‘พระผู้ใหญ่’ พฤติกรรมเสื่อม ไม่ละกิเลส ‘สตรี-สตางค์’ สะเทือนศรัทธาวงการสงฆ์

ปีพุทธศักราช 2568 ถือเป็นปีที่วงการคณะสงฆ์ไทยต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธาครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี หลังจากมีข่าวคราวของพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสื่อมทราม โดยสาเหตุหลักๆ ล้วนมาจากสิ่งที่พระสงฆ์ต้องละเว้นตามพุทธบัญญัติ นั่นคือ “สตรี” และ “สตางค์” ซึ่งเป็นกิเลสที่ทำลายชีวิตความเป็นอยู่และศีลธรรมของผู้ครองสมณเพศมาแล้วนักต่อนัก

สรุปรวม ‘พระผู้ใหญ่’ พฤติกรรมเสื่อม ไม่ละกิเลส ‘สตรี-สตางค์’ สะเทือนศรัทธาวงการสงฆ์

เรื่องราวที่ช็อกสังคมไทยครั้งแรกเริ่มจากกรณีของ อดีตพระธรรมวชิรานุวัตร หรือที่รู้จักกันในนาม “เจ้าคุณแย้ม” จากวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ซึ่งถูกเปิดโปงว่ามีการยักยอกเงินจากบัญชีวัดไปใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะการเล่นพนันออนไลน์ผ่าน “สีกาเก็น” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการการเงินของวัด ทำให้เกิดการสูญเสียเงินวัดจำนวนมาก และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักศีลธรรมอันสูงส่งอย่างร้ายแรง

สีกากอล์ฟ จุดเปลี่ยนของวงการสงฆ์ไทย

แต่เหตุการณ์ที่ทำให้สังคมไทยสะเทือนใจที่สุด คือกรณีของ “สีกากอล์ฟ” หญิงสาวที่ถูกจับกุมพร้อมหลักฐานการมีความสัมพันธ์กับพระเถระชั้นผู้ใหญ่มากถึง 13 รูป หลักฐานดังกล่าวถูกพบในโทรศัพท์มือถือของเธอ ทั้งภาพถ่าย ข้อความ และการโอนเงินจากบัญชีวัดไปยังบัญชีส่วนตัวของเธอ ทำให้พระสงฆ์เหล่านั้นต้องยอมสึกออกจากการเป็นพระ เนื่องจากไม่สามารถปฏิเสธหลักฐานที่ชัดเจนได้

พระรูปแรกที่ต้องสึกคือ อดีตพระเทพวชิรปาโมกข์ หรือ “เจ้าคุณอาชว์” จากวัดตรีทศเทพ ซึ่งต้องเดินทางไปสึกไกลถึงจังหวัดหนองคายเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568 หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยอีกหลายรูป ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่มีตำแหน่งและชื่อเสียงในสังคม

  • อดีตพระครูปลัดสุรพล อิทธิเตโช วัดพรหมเกษร จ.พิษณุโลก สึก 5 ก.ค. 2568
  • อดีตพระเทพวชิรธีราภรณ์ วัดพระพุทธฉาย จ.สระบุรี สึก 9 ก.ค. 2568
  • อดีตพระเทพวชิรธีรคุณ วัดปากน้ำ สึก 9 ก.ค. 2568
  • อดีตพระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ วัดใหม่ยายแป้น สึก 9 ก.ค. 2568
  • อดีตพระครูสิริวิริยธาดา วัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา สึก 10 ก.ค. 2568

คดีทุจริตเงินวัด ทำลายความศรัทธา

นอกจากกรณีความสัมพันธ์กับสีกากอล์ฟแล้ว ยังมีอีกหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินวัด ซึ่งเป็นการละเมิดศีลและพรบ.ว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินของวัด ตัวอย่างเช่นกรณีของ อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ วัดนครสวรรค์ ที่มีพฤติกรรมทุจริตเงินในการก่อสร้างพุทธอุทยานนครสวรรค์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อเงินที่พุทธศาสนิกชนบริจาคเข้ามา

และอีกหนึ่งคดีที่ปิดท้ายปี 2568 ได้อย่างน่าสลดใจ คือคดีของ อดีตหลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทุจริตยักยอกเงินวัดจำนวนมาก และยังมีการปลอมแปลงประวัติ โดยใช้เลขบัตรประชาชนของผู้อื่นในการบวช เพื่อหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลและกฎหมายอย่างร้ายแรง

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ว่าจะเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงและได้รับความเคารพนับถือจากประชาชนจำนวนมาก แต่หากขาดการควบคุมกิเลสภายใน ความตั้งมั่นในศีลธรรมก็อาจพังทลายลงได้ภายในพริบตา

สิ่งที่น่าห่วงคือ ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนต่อคณะสงฆ์นั้นเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า พระสงฆ์ที่พวกเขาเคารพนับถือยังคงยึดมั่นในหลักธรรมและศีลจรรย์หรือไม่ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่อันหนักอึ้งของ มหาเถรสมาคม ที่ต้องออกมาตรการและแนวทางการฟื้นฟูความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนให้กลับคืนมา

การสูญเสียความศรัทธาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของระบบการดูแลและกำกับดูแลคณะสงฆ์ทั้งระบบ ที่ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีการลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่กระทำผิด

หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง วงการคณะสงฆ์ไทยอาจต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม และอาจส่งผลต่อการสืบทอดพระพุทธศาสนาในอนาคต

ที่มา – สรุปรวม ‘พระผู้ใหญ่’ พฤติกรรมเสื่อม ไม่ละกิเลส ‘สตรี-สตางค์’ สะเทือนศรัทธาวงการสงฆ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *