สวธ.หนุนพัฒนาช่างฝีมือสืบทอดผ้าบาติกคีรีวง
ในยุคที่วัฒนธรรมดั้งเดิมกำลังเผชิญความท้าทายจากความทันสมัย สวธ.หนุนพัฒนาช่างฝีมือคนรุ่นใหม่สืบทอดงาน ‘ผ้าบาติกคีรีวง’ กลายเป็นข่าวดีสำหรับคนรักมรดกภูมิปัญญาไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) โดยกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มมัดย้อมสีธรรมชาติบ้านคีรีวง องค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช และเครือข่ายนักวิชาการในพื้นที่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน รายการผ้าบาติก สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช
สวธ.หนุนพัฒนาช่างฝีมือคนรุ่นใหม่สืบทอดงาน ‘ผ้าฬาติกคีรีวง ‘
กิจกรรมนี้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสืบทอดงานช่างฝีมือดั้งเดิมผ่านกระบวนการผลิตผ้าบาติก โดยนำเสนอแนวทางน่าสนใจที่มองหมู่บ้านคีรีวงเป็น “เมือง Craft” แห่งการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่มีอากาศบริสุทธิ์ อาหารจากธรรมชาติ และผ้าย้อมจากธรรมชาติมาส่งเสริมกัน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอสร้างอัตลักษณ์ชุมชนผ่านกิจกรรม Workshop และค่านิยม “ผ้าบาติกผืนแรกของฉัน” เพื่อให้เยาวชนทุกคนได้สัมผัสและเป็นเจ้าของงานช่างของชุมชนตนเอง ควบคู่กับการต่อยอดด้านการออกแบบและการตลาดให้ทันสมัย รวมถึงการตระหนักถึงการอนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชนและตัวตนของผู้คน
ผ้าบาติกคีรีวง: มรดกจากธรรมชาติท้องถิ่น
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ผ้าบาติกคีรีวงคือภาพสะท้อนของชุมชนที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สีสันบนผืนผ้ามาจากพืชพรรณและทรัพยากรในท้องถิ่น แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของคีรีวงในทุกเส้นใย และที่ภาคภูมิใจคือยังคงเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีทายาทช่างฝีมือสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการพัฒนาช่างฝีมือรุ่นใหม่ให้มีทักษะมั่นใจรับไม้ต่อในอนาคต
ผ้าบาติกคือเทคนิคการย้อมผ้าดั้งเดิมที่ใช้ขี้ผึ้งวาดลายก่อนย้อมสี โดยสีมาจากสมุนไพรท้องถิ่น เช่น ใบมะรุม เปลือกมังคุด หรือดอกอัญชัน ทำให้แต่ละผืนมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ชุมชนคีรีวงซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช มีชื่อเสียงด้านนี้มานานกว่า 50 ปี โดยเริ่มจากกลุ่มสตรีในหมู่บ้านที่นำภูมิปัญญาบรรพบุรุษมาปรับใช้เป็นอาชีพ
- จุดเด่นของผ้าบาติกคีรีวง: ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมี
- ลายผ้าสะท้อนวิถีชีวิตชุมชน เช่น ต้นไม้ ภูเขา และสัตว์ป่า
- เป็นสินค้าขึ้นชื่อ OTOP ที่ขายดีทั้งในและต่างประเทศ
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
แนวทางพัฒนาจาก สวธ. และพันธมิตร
ในการประชุมครั้งนี้ มีการ brainstorm แนวทางพัฒนาหลายประการ เช่น การฝึกอบรมช่างรุ่นใหม่ผ่าน workshop การออกแบบร่วมสมัยที่ผสมผสานลายดั้งเดิมกับเทรนด์แฟชั่น การตลาดออนไลน์ผ่าน e-commerce และการสร้างแบรนด์ชุมชน นอกจากนี้ยังเน้นการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว โดยชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมทำผ้าบาติกด้วยตัวเอง สร้างประสบการณ์ memorable ที่ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน
สวธ.หนุนพัฒนาช่างฝีมือคนรุ่นใหม่สืบทอดงาน ‘ผ้าบาติกคีรีวง’ ยังรวมถึงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงการค้าขาย ทำให้ภูมิปัญญานี้ไม่สูญหายไปกับค่านิยมสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าอุตสาหกรรม
นอกจากประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การสืบทอดนี้ยังช่วยรักษาวิถีชีวิตแบบพอเพียงของชาวคีรีวง ที่อยู่ร่วมกับป่าเขา เรียนรู้จากธรรมชาติ ทำให้ชุมชนยั่งยืนทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม
สุดท้ายนี้ การริเริ่มของ สวธ. ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการอนุรักษ์มรดกชาติ หากเราทุกคนช่วยสนับสนุน เช่น ซื้อผ้าบาติกคีรีวงหรือชวนเพื่อนไปท่องเที่ยวบ้านคีรีวง จะช่วยให้ช่างฝีมือรุ่นใหม่มีกำลังใจสืบทอดต่อไป ลองเริ่มจากผ้าผืนแรกของคุณวันนี้ แล้วคุณจะหลงรักเสน่ห์ของมัน!
ที่มา – สวธ.หนุนพัฒนาช่างฝีมือคนรุ่นใหม่สืบทอดงาน ‘ผ้าบาติกคีรีวง ‘