สส.ชลบุรีสอบบ่อขยะเถื่อนหนองปรือ

สส.ชลบุรีสอบบ่อขยะเถื่อนหนองปรือ หลังประชาชนร้องเรียนว่าพบการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมมาทิ้งบริเวณริมถนนมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่เทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี ประเด็นนี้สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านอย่างมาก เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้ชุมชน แหล่งน้ำ และเส้นทางที่มีประชาชนใช้สัญจรเป็นประจำ

นายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน พบจุดทิ้งขยะขนาดใหญ่ในพื้นที่เอกชน โดยมีลักษณะเป็นบ่อขยะเถื่อนและพบขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันบริเวณใกล้เคียงยังมีบ่อขยะของเทศบาลเมืองหนองปรือ จึงเกิดคำถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และป้องกันการลักลอบทิ้งขยะอย่างจริงจังเพียงใด

สส.ชลบุรีสอบบ่อขยะเถื่อนหนองปรือ

ปัญหานี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะในพื้นที่ และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบถุงบิ๊กแบ็กจำนวนมาก ภายในมีวัสดุที่ถูกระบุว่าอาจเป็นกากอุตสาหกรรมจากกระบวนการหลอมโลหะ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงแหล่งที่มาของขยะ รวมถึงระบบกำกับดูแลการขนส่งและการกำจัดของเสียอุตสาหกรรม

สส.ชลบุรีสอบบ่อขยะเถื่อนหนองปรือ ต้องตรวจสอบให้ถึงต้นตอ

ข้อเรียกร้องสำคัญคือการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ไม่ควรจำกัดการดำเนินคดีไว้เฉพาะผู้รับจ้างขนขยะหรือผู้ที่นำขยะมาทิ้งเท่านั้น แต่ควรขยายผลไปยังผู้ว่าจ้าง เจ้าของกิจการ ผู้ครอบครองพื้นที่ และผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรม หากพบว่ามีการใช้บุคคลอื่นเป็นนอมินี หรือมีการทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่ออำพรางการดำเนินการ ก็ควรตรวจสอบอย่างละเอียดตามกฎหมาย

หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมควรเร่งเก็บตัวอย่างดิน น้ำ และวัสดุในบ่อขยะ เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ว่ามีสารโลหะหนัก สารเคมี หรือสารพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ การตรวจสอบควรครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ รวมถึงแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ประโยชน์ เพราะสารปนเปื้อนบางชนิดสามารถสะสมในสิ่งแวดล้อมและส่งผลระยะยาวต่อร่างกายได้

นอกจากผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ปัญหาบ่อขยะเถื่อนยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดชลบุรีและพื้นที่พัทยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ หากประชาชนและนักท่องเที่ยวพบว่ามีการลักลอบทิ้งสารพิษใกล้ชุมชน อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการพื้นที่ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องทำอย่างโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลให้สังคมรับทราบ

สำหรับหน่วยงานที่ควรมีบทบาทในการตรวจสอบ ประกอบด้วยหลายฝ่าย โดยต้องประสานงานกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรตรวจสอบแหล่งกำเนิดขยะ คุณภาพดิน น้ำ และผลกระทบต่อระบบนิเวศ
  • กระทรวงมหาดไทย ควรตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงการกำกับดูแลพื้นที่ของเทศบาลเมืองหนองปรือ
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรสืบสวนเส้นทางการเงิน ผู้สั่งการ และผู้มีอิทธิพลที่อาจอยู่เบื้องหลัง
  • หน่วยงานท้องถิ่น ควรเร่งควบคุมพื้นที่ ป้องกันการนำขยะมาทิ้งซ้ำ และแจ้งความคืบหน้าแก่ประชาชน

ประเด็นที่สังคมจับตามองคือ การดำเนินคดีจะสามารถขยายผลไปถึงนายทุนหรือผู้มีอิทธิพลได้หรือไม่ เพราะหากลงโทษเพียงผู้กระทำผิดรายย่อย ปัญหาอาจกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีก การตรวจสอบเส้นทางการเงิน สัญญาเช่าที่ดิน รายชื่อผู้ครอบครองพื้นที่ และเส้นทางการขนส่ง จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจช่วยเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

นายยอดชายยังเรียกร้องให้นายสุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งเป็นคนจังหวัดชลบุรีเช่นเดียวกัน เข้ามาช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าพื้นที่ของชาวหนองปรือและพัทยาไม่ควรถูกเปลี่ยนให้เป็นแหล่งทิ้งสารพิษของนายทุน ประชาชนควรได้รับการคุ้มครองและมีสิทธิ์รับรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง

การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนควรเริ่มจากการเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ชาวบ้านควรสามารถติดตามผลตรวจคุณภาพดินและน้ำ รวมถึงมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับของเสียอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องมีระบบติดตามการขนส่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

กรณี สส.ชลบุรีสอบบ่อขยะเถื่อนหนองปรือ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องขยะในพื้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่เป็นบททดสอบสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายและความรับผิดชอบของทุกหน่วยงาน หากพบผู้กระทำผิดจริง ควรดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลที่มีความเชื่อมโยงทางการเมือง ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าและร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างโปร่งใส เพื่อให้ชลบุรีเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และอนาคตของคนรุ่นต่อไป

ความคิดเห็นส่วนตัวคือ คดีนี้ควรเดินหน้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการนำผู้กระทำผิดมารับโทษ การฟื้นฟูพื้นที่ และการวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นสมบัติร่วมของทุกคน หากพบข้อมูลหรือการลักลอบทิ้งขยะ ประชาชนควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – สส.ชลบุรีกระทุ้ง ‘สุชาติ’ สอบบ่อขยะเถื่อนริมมอเตอร์เวย์หนองปรือ จี้ฟันนายทุน-นักการเมือง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *