สัมผัสเสน่ห์มรดกไทยและงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่า
หากกำลังมองหาประสบการณ์ที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมไทยในมุมมองร่วมสมัย งาน สัมผัสเสน่ห์มรดกไทยและงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่า คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด โดยสยามพารากอนร่วมกับหน่วยงานด้านศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว จัดงาน “Siam Paragon The Art of Royal Craft: Explore Thai Heritage Experience” เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนไทยและชาวต่างชาติได้ชื่นชมความงดงามของภูมิปัญญาไทย งานฝีมือชั้นสูง และเรื่องราวที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน
งานนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ สยามพารากอนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นศูนย์รวมการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงมรดกไทยเข้ากับประสบการณ์ระดับโลกได้อย่างน่าสนใจ
สัมผัสเสน่ห์มรดกไทยและงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่า ณ สยามพารากอน
ไฮไลต์ของงานอยู่ที่นิทรรศการ “Thai Heritage and Artistry Exhibition” ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 ซึ่งรวบรวมเรื่องราวของศิลปาชีพและงานหัตถศิลป์ไทยไว้อย่างหลากหลาย ผู้ชมจะได้เรียนรู้ความเป็นมาของงานศิลป์จากช่างฝีมือระดับครู พร้อมชมผลงานที่สะท้อนทั้งความละเอียดอ่อน ความอดทน และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยในแต่ละยุคสมัย
ภายในนิทรรศการมีการนำเสนอเรื่องราว 50 ปีศิลปาชีพ ผลงานจากสถาบันสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน หรือ Arts of the Kingdom Museum รวมถึงส่วนจัดแสดงจากอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นอกจากนี้ยังมีชุดไทยฝีมืออาจารย์ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ด้านการออกแบบแฟชั่น ซึ่งช่วยให้ผู้ชมเห็นพัฒนาการของเครื่องแต่งกายไทยและความงามที่สามารถนำมาปรับใช้กับยุคปัจจุบันได้
กิจกรรมสร้างประสบการณ์ผ่านงานฝีมือไทย
นอกจากการชมนิทรรศการแล้ว ผู้ร่วมงานยังมีโอกาสลงมือทำเวิร์กชอปด้วยตัวเอง ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้งานนี้แตกต่างจากนิทรรศการทั่วไป เพราะผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกระบวนการทำงานฝีมืออย่างใกล้ชิด และสามารถนำผลงานกลับไปเป็นที่ระลึกได้ กิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย
- การสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าด้วยเทคนิคการปัดทอง เรียนรู้เทคนิคโบราณที่ใช้ในงานจิตรกรรมโขนของมูลนิธิฯ
- การประดิษฐ์ตุ๊กตากระดาษแต่งกายไทย เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมออกแบบเครื่องแต่งกายและทำความรู้จักกับเอกลักษณ์ของชุดไทย
- การสร้างสรรค์กลิ่นหอมแบบไทย เลือกใช้พรรณไม้และสมุนไพรไทยเพื่อสร้างกลิ่นหอมที่สะท้อนความเป็นไทยในแบบของตัวเอง
กิจกรรมเหล่านี้เหมาะกับผู้ที่สนใจศิลปะ ครอบครัวที่มองหากิจกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไทยแบบลงมือทำจริง เพราะทุกขั้นตอนช่วยให้เข้าใจคุณค่าของงานหัตถศิลป์มากกว่าการมองผ่านตาเพียงอย่างเดียว
ผ้าไหมไทยเชื่อมโยงแฟชั่นจากทั่วโลก
อีกหนึ่งนิทรรศการสำคัญคือ “Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition” หรือ “นิทรรศการไหมไทยสู่สากล” ซึ่งนำเสนอการเดินทางของผ้าไหมไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีแฟชั่นนานาชาติ โดยร่วมมือกับดีไซเนอร์จาก 6 ภูมิภาค ได้แก่ เอเชีย ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง อเมริกา และอเมริกาใต้
ผ้าไหมไทยถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายนักออกแบบกว่า 100 ประเทศ เพื่อนำไปออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายรูปแบบใหม่ ผลงานที่จัดแสดงจึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสวยงามของผ้าไหม แต่ยังบอกเล่าอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และประเพณีของแต่ละประเทศผ่านมุมมองของนักออกแบบนานาชาติ ทำให้เห็นว่าผ้าไหมไทยสามารถปรับตัวเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น โดยยังคงรักษารากฐานและคุณค่าดั้งเดิมเอาไว้
นิทรรศการไหมไทยสู่สากลจัดแสดงระหว่างวันที่ 11-18 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 1 และลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 สยามพารากอน ผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่น งานออกแบบ และวัฒนธรรมจึงไม่ควรพลาด เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้เห็นการผสมผสานระหว่างผ้าไทยกับแนวคิดสร้างสรรค์จากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก
หัตถศิลป์ไทยกับแนวคิดความยั่งยืน
สำหรับผู้สนใจงานคราฟต์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยังมีงาน “Future Craft Experience: Craft to Impact: Ten Wisdoms, One Sustainable Future” ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ซึ่งจัดโดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT นิทรรศการนี้นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มช่างฝีมือไทยที่นำภูมิปัญญามาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลงานศิลปะจากวัสดุ Eco material รวมถึงเวิร์กชอปจักสานที่ใช้วัสดุธรรมชาติ กิจกรรมดังกล่าวช่วยสะท้อนว่าหัตถศิลป์ไทยไม่ได้เป็นเพียงของสวยงามหรือของที่ระลึก แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และแนวทางรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569
เหตุผลที่ไม่ควรพลาดงานศิลปวัฒนธรรมไทยครั้งนี้
สัมผัสเสน่ห์มรดกไทยและงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่า ได้อย่างครบมิติ ทั้งการชมผลงานศิลป์ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การทดลองทำเวิร์กชอป และการมองเห็นโอกาสใหม่ของงานฝีมือไทยในตลาดโลก งานนี้จึงเหมาะกับทุกวัย และยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงวัฒนธรรมไทยได้ง่ายขึ้นผ่านกิจกรรมที่สนุกและร่วมสมัย
ไฮไลต์พิเศษในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 คือเวิร์กชอประดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแขกผู้ลงทะเบียนพิเศษ ซึ่งร่วมมือกับแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก เพื่อนำเสนอแนวคิดด้าน Craftsmanship และความเป็นเลิศของงานฝีมือ กิจกรรมนี้ตอกย้ำว่าศิลปะไทยสามารถสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลก และสามารถเดินทางไปพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ได้อย่างมั่นใจ
โดยสรุป งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิทรรศการชั่วคราว แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้ทุกคนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยในมุมใหม่ หากมีโอกาส แนะนำให้วางแผนไปชมด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสรายละเอียดของงานฝีมือและร่วมสนับสนุนการส่งต่อมรดกไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต
ที่มา – สัมผัสเสน่ห์มรดกไทยและงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่า ในงาน “Siam Paragon: The Art of Royal Craft”


