สั่งเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้ารับมือเอลนีโญ ประกาศ 5 มาตรการ
สั่งเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้ารับมือเอลนีโญ ประกาศ 5 มาตรการ
ในช่วงที่สภาพอากาศโลกมีความแปรปรวนสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ จึงต้องมีการสั่งเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้ารับมือเอลนีโญ ประกาศ 5 มาตรการ เพื่อดูแลเกษตรกรไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย โดยคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
รายละเอียดการสั่งเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้ารับมือเอลนีโญ ประกาศ 5 มาตรการ
เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจแนวทางของรัฐบาล นี่คือกลยุทธ์สำคัญภายใต้นโยบายสั่งเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้ารับมือเอลนีโญ ประกาศ 5 มาตรการ ดังนี้:
- เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน: โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะปฏิบัติการทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่องเพื่อเติมน้ำในเขื่อน
- เฝ้าระวังและแจ้งเตือน: ใช้ระบบดาวเทียมและ Remote Sensing ประเมินความเสี่ยงพื้นที่เพาะปลูก เพื่อให้ข้อมูลแก่เกษตรกรแบบใกล้เคียงเวลาจริง
- ปรับแผนเพาะปลูก: ส่งเสริมการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยและปรับรอบการเพาะปลูกตามสถานการณ์น้ำจริง เพื่อป้องกันความเสียหายจากฝนทิ้งช่วง
- ลดต้นทุนการผลิต: สนับสนุนการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและใช้เครื่องจักรกลเกษตรอย่างแม่นยำ
- ดูแลผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ติดตามราคาผลผลิตและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแปรรูปอย่างใกล้ชิด
ความพยายามของกระทรวงฯ ในการนำระบบเทคโนโลยีมาปรับใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการไร่นาได้ดีขึ้นแม้ในสภาวะที่น้ำน้อย การรักษารายได้และความมั่นคงทางอาหารของประเทศคือหัวใจหลักของแผนปฏิบัติการครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพอากาศหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการจัดการภัยพิบัติจะมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมเกษตรกรรม เราเชื่อมั่นว่าการเตรียมความพร้อมด้วยข้อมูลที่ชัดเจนประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ จะช่วยให้เกษตรกรของเราปรับตัวและอยู่รอดได้ในสภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลงไป หวังว่าพี่น้องเกษตรกรจะได้รับความรู้และเริ่มปรับตัวตามแนวทางนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตของท่าน
ที่มา – สั่งเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้ารับมือ”เอลนีโญใน” ประกาศ 5 มาตรการ ดูแลเกษตรกร