สาวกปน.-พะเยา พยายามยัดบัตรเลือกตั้ง ปฏิเสธข้อหา

ในโลกการเมืองที่เต็มไปด้วยดราม่า กรณีสาวกปน.-พะเยา พยายามยัดบัตรเลือกตั้งกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะในจังหวัดพะเยา ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความตกใจให้กับประชาชน แต่ยังจุดประกายให้เห็นถึงปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้งของไทย

สาวกปน.-พะเยา พยายามยัดบัตรเลือกตั้ง เกิดอะไรขึ้นบ้าง

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ภายในโรงเรียนบ้านศาลา หญิงสาวซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ได้แอบฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ ทำเครื่องหมายลงคะแนนให้ผู้สมัครบางราย แล้วพยายามเดินไปหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งอย่างลับๆ โชคดีที่ประธานกรรมการประจำหน่วยสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและเข้าห้ามปรามทันที ทำให้บัตรเหล่านั้นยังไม่ทันได้เข้าหีบ

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองพะเยา ผู้ตรวจการเลือกตั้ง กกต.พะเยา นายปภังกร บ้านกลาง หัวหน้างานสืบสวนและไตร่สวน กกต.พะเยา และนายสมชาย วงศ์จริยเกษม นายอำเภอเมืองพะเยา รีบเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที พวกเขานำตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นสาว กปน. พร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา เพื่อดำเนินคดีในข้อหาละเมิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2561 มาตรา 23

จากรับสารภาพสู่การปฏิเสธ สาวกปน.ขอสู้ในชั้นศาล

ในเบื้องต้น สาว กปน. ผู้นี้ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง แต่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองพะเยา เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อนางจุฑาทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ในข้อหาตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง มาตรา 23 แล้ว

ที่น่าแปลกคือ หลังจากนั้นในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหากลับลำปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่าจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป เนื่องจากเธอเป็นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่จึงต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการเพิ่มเติมด้วย ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเชิญคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 6 ทุกคนมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน

มาตรา 23 พ.ร.บ.การเลือกตั้งคืออะไร และโทษหนักแค่ไหน

สำหรับผู้ที่สนใจ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 23 ห้ามการกระทำที่เป็นการทุจริตเลือกตั้ง เช่น การยัดเยียดบัตรเลือกตั้ง การซื้อเสียง หรือการช่วยผู้สมัครโดยมิชอบ ผู้กระทำผิดอาจถูกปรับ หนักสุด 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งอีกด้วย เหตุการณ์สาวกปน.-พะเยา พยายามยัดบัตรเลือกตั้งจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำดังกล่าว

  • จุดเริ่มต้น: แอบฉีกบัตร 7 ใบและลงคะแนนเอง
  • ถูกจับได้: ประธาน กปน. หยุดทันเวลา
  • ดำเนินคดี: ข้อหามาตรา 23 และส่ง ป.ป.ช.
  • พลิกผัน: ปฏิเสธข้อหา ขอสู้ศาล
  • สืบต่อ: หาผู้จ้างและขยายผล

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบเลือกตั้งไทย ที่บางครั้งมีอิทธิพลมืดเข้ามาแทรกแซง การที่ประธาน กปน. ตาสับไวช่วยรักษาความถูกต้องไว้ได้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความระแวดระวังของเจ้าหน้าที่ทุกคนสำคัญยิ่ง

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายๆ กันเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ กกต. ต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น เช่น การใช้กล้องวงจรปิด การสุ่มตรวจหีบ และการฝึกอบรม กปน. ให้เข้าใจกฎหมายชัดเจน หากปล่อยให้เกิดบ่อยๆ จะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อประชาธิปไตยได้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สาวกปน.-พะเยา พยายามยัดบัตรเลือกตั้งเป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนใจทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่หวังผลประโยชน์จากการโกงเลือกตั้ง ควรยึดมั่นในความซื่อสัตย์ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือที่แท้จริงของประชาชน

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? มันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์การเลือกตั้งพะเยาอย่างไร คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลจริงๆ กันนะครับ

ที่มา – ‘สาวกปน.-พะเยา’ พยายามยัดบัตรเลือกตั้งลงหีบ กลับลำปฏิเสธทุกข้อหา ขอสู้ในชั้นศาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *