สาวประจวบฯ คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่น ปี 2568 พลิกผักกระถางสู่รายได้หลักล้าน
สาวประจวบฯ คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรอินทรีย์ ประจำปี 2568 – นี่คือเรื่องราวความสำเร็จของ น.ส.ณัฐริณี สกุลจงเกษมสุข ที่เริ่มต้นจากการปลูกผักสลัดในกระถางเพียง 30-40 ใบ จนปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของไร่ผักอินทรีย์ขนาดใหญ่อย่าง ‘ไร่เกษมสุข ผักอินทรีย์กุยบุรี’ ซึ่งมีรายได้หลักล้านในเวลาไม่นาน
สาวประจวบฯ คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่นฯ ปี 68
โดยในปี 2568 กรมวิชาการเกษตรได้ประกาศยกย่องให้เธอเป็น เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรอินทรีย์ จากการพัฒนาวิธีการผลิตที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสายงานเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอเริ่มต้นด้วยความล้มเหลวจากการทดลองปลูกผักสลัดในกระถาง
พลิกวิกฤติด้วยการเรียนรู้
เมื่อผลผลิตยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เธอจึงเริ่มเดินหน้าค้นหาความรู้ใหม่จากการเยี่ยมชมแปลงเกษตรอินทรีย์ที่โดดเด่น ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ จนสามารถนำ เทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ มาใช้จริง เช่น ปุ๋ยชีวภาพไมคอร์ไรซ่า ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟส และ เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี
มุ่งพัฒนาดินอย่างลึกซึ้ง
สำหรับกระบวนการปลูกนั้น เน้นเรื่องคุณภาพของดินเป็นสำคัญ โดยผสมวัสดุอินทรีย์อย่างมูลวัว หน้าดิน ขุยมะพร้าว และแกลบเก่า ด้วยสูตรง่าย ๆ ที่เพิ่มธาตุอาหารและจุลินทรีย์ดีในดินอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังใช้ น้ำหมักจากปลา และ น้ำหมักจากผลไม้ทำเอง เพื่อกระตุ้นความสมบูรณ์ของพืชให้แข็งแรง
ควบคุมศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ
ในระยะป้องกันศัตรูพืช น.ส.ณัฐริณีให้ความสำคัญกับวิธีป้องกันมากกว่าหลายราย การควบคุมทำด้วย วิธีชีวภาพและสารกำจัดศัตรูธรรมชาติ เช่น น้ำส้มควันไม้ สมุนไพรที่ผลิตภายในไร่ รวมถึงดอกยูคาลิปตัสและดอกดาวเรืองที่นำมาทำสารพ่นเพื่อควบคุมแมลงและหนอนร้าย
ช่วยลดปัญหาเชื้อราด้วยระบบต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ไร่เกษมสุขมีความโดดเด่นในเรื่องการผลิตพืชที่ลดการเกิดเชื้อราเนื่องจากควบคุมความชื้นได้เป็นอย่างดี โดยใช้ ระบบมินิสปริงเกลอร์ เพื่อรดน้ำ 2-3 รอบต่อวัน ในช่วงเวลา 07:00 น., 11:00 น. หรือ 12:00 น. และครั้งสุดท้ายเวลา 14:30 น. หลังจากนั้นจะหยุดให้น้ำทั้งหมด เพื่อให้ใบผักแห้งตัวและลดการสะสมความชื้นที่เป็นแหล่งเกิดเชื้อรา
เพาะเมล็ด-เก็บผลผลิตอย่างมีระบบ
สำหรับกระบวนการเพาะปลูก น.ส.ณัฐริณีใช้เทคนิคการ เพาะเมล็ดทุก 7 วัน เพื่อให้มีผลผลิตออกวางจำหน่ายได้สม่ำเสมอ คือ 4 ครั้งต่อเดือน โดยการปลูกในโรงเรือนช่วยป้องกันฝนถล่มทำลายใบ ช่วยให้ผักออกมา ‘พรีเมียม’ ตลอดทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูหนาว ซึ่งได้ผักที่สวยงามที่สุด
- ใช้ระบบน้ำอัจฉริยะ – ควบคุมไม่ให้ใบชื้น
- วางแผนแม่นยำ – ปรับการผลิตตามความต้องการของตลาด
- ลงทุนวัสดุสิ้นเปลืองต่ำ – ทุ่นแรง-เวลา
- สร้างรายได้หลักล้าน – รายได้จากปี 2567 อยู่ที่ 756,486 บาท
ตัวอย่างเกษตรกรร่วมสมัยที่ช่วยสังคม
หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จคือ เจ้าตัวนอกจากพัฒนาแล้ว ยังมี ความมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้ ให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ และชุมชน เพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในวงกว้าง นั่นจึงทำให้เธอเป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ในการสร้างเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและเป็นที่น่าเชื่อถือของผู้บริโภค
ต้องยอมรับว่า การพัฒนาด้วยความตั้งใจคือสิ่งที่เปลี่ยนผักกระถางธรรมดาให้กลายเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จ หากคุณสนใจเริ่มต้นด้านเกษตรอินทรีย์ นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ สร้างได้ด้วยความรู้และการวางแผนอย่างแน่วแน่ พร้อมใช้สิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์สูงสุด
คลิกเชื่อมโยงข่าวต้นฉบับเพิ่มเติม
ที่มา – สาวประจวบฯ คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่นฯปี 68 พลิกชีวิตสร้างรายได้หลักล้าน